วันที่ 10 – 18 เมษายน 2560 (เทศกาลสงกรานต์)

อิตาลี ออสเตรีย เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน เที่ยวเมืองอัลล์ทัทท์ เข้าปราเสาทนอย ขึ้นเขาจุงฟ

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – มิลาน

23.30 น.     คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิลาน – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน

02.35 น.     ออกเดินทางสู่ กรุงมิลาน  ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่ QR 835 / QR 123แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

13.10 น.       เดินทางถึง เมืองมิลาน(MILANO) หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน มิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและเอซีมิลาน,มีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง,โรงละครโอเปร่านำท่านชม ดูโอโม่ (DUOMO) หรือ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างเมื่อเมื่อปี ค.ศ.1386 แต่งานเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1813 รวมระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 427 ปี  การตกแต่งภายนอกเป็นหลังคายอดเรียวจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร (13 ฟุต) ของพระแม่มาดอนน่าซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ดี เอช ลอว์เรนซ์ เรียก วิหารดูโอโม่ ว่าเป็น วิหารที่สร้างเลียนแบบเม่น นำท่านชม แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ด้านหน้าของโรงละครสกาล่า  

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 พักค้างคืน ณKlima Hotel Milano Fiere  หรือระดับเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : เกาะเวนิส – ซานมาร์โค – สะพานถอนหายใจ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส(VENICE)เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกและยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ มาร์โคโปโล

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังจากนั้น นำท่าน ล่องเรือข้ามไปยังเกาะเวนิส ผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ มืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เดินทางสู่ เกาะซานมาร์โคศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทาง ท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หรือล่องเรือกอนโดล่าชมความสวยงามของเกาะเวนิส  ได้เวลานัดหมายนำคณะลงเรือเดินทางกลับสู่ฝั่งที่ ท่าเรือตรอนเชโต้

ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก+ของหวาน)

พักค้างคืน ณ Delfino Venice Mestre หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : เวนิส –อินส์บรุค – หลังคาทองคำ – ซาลสเบิร์ก – สวนมิราเบล – บ้านโมสาร์ท

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทาง จากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับวังหลังคาทองคำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิกผสมบาโร้ก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ ปัจจุบันโกลเด้นรูฟกลายเป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ เสาสูงอนาซอล

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมือง ซาลสเบิร์ก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในประเทศออสเตรีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐซาลซ์เบิร์ก เมืองเก่าของซาลทซ์บูกร์กและสถาปัตยกรรมบาโรกเป็นหนึ่งในใจกลางเมืองที่ถูกดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันด้วยกัน และได้รับการยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ.2540 ซาลซ์เบิร์กเป็นที่จดจำกันในฐานะที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์เมืองแห่งมนเสน่ห์ของเสียงดนตรี และเป็นบ้านเกิดของศิลปินเอก ของโลก โวฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท ถึงซาลส์เบิร์กให้ท่านได้ถ่ายรูปภายในสวนมิราเบล ที่เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Sound of  Music จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำซาลซาค ไปยังย่านถนนคนเดิน นำท่านไปถ่ายรูปบ้านโมสาร์ท จากด้านนอก จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกของฝาก  

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 พักค้างคืน ณ Arena City Hotel  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : ฮัลล์ทัทท์ – ฟุสเซ่น

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ฮัลล์ทัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรียอิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศตามอัธยาศัย หรือท่านสามารถเข้าไปพิสูจน์ความกล้าที่ ไบน์เอาส์ หรือ โบน์เฮาส์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกตัวออกจากคริสตจักรภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกมากกว่า 1,200 กะโหลกส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตในศตวรรษที่ 18-19

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  พิเศษสุดกับ เมนูปลาเทร้า

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ในเขตออสทัลล์กอย เป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ทุกฤดู นำท่านชมย่ายเมืองเก่า ซึ่งมีความสวยตึงตาที่ท่านมิอาจลืมได้

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขาหมูเยอรมัน+เบียร์

พักค้างคืน ณ Euro Park Hotel หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : ปราสาทนอยชวานสไตน์ –ลูเซิร์น - สะพานไม้ชาเปล - อนุสาวรีย์สิงโต

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น-ลง ปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอนแต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนี ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

บ่าย           หลังจากนั้นนําท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐ นำท่านชมสะพานไม้ชาเปล สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น สะพานไม้ที่เก่าแก่มีอายุ หลายร้อยปี  นําท่าน ชม  อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Ibis Styles Luzern City  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : ลูเซิล์น – ยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe – อินเทอร์ลาเก้น

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงฟราวบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้า  นหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ก รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง1,000ปี ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย...

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา

บ่าย              นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตุการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจการเดินทางสู่ ยุงค์ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิวจุดนี้ เหมือนมาไม่ถึง ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขา โดยเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่งเพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้ซ้ำทางเดิมผ่านเมือง เวนเก้น เมืองที่สร้างบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความสวยงามมากจนยากที่จะลืม  แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็คซึ่งบริเวณสถานีนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่5 เคยเสด็จมาแล้ว  จนกระทั่งถึงเมืองเลาเท่นบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN)เดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ฟองดูชุดใหญ่ ต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์)

พักค้างคืน ณCITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : ซาร์ฟเฮาเซ่น –น้ำตกไรน์– กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำคณะออกเดินทางศเข้าสู่ ซาฟเฮาส์เซ่น เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ นำคณะชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขา แอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสะแต้นที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี สัมผัสความตระการตาของสายน้ำตก พร้อมบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก ได้เวลานัดหมาย นำคณะออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติซูริก...เพื่อทำการเช็คอิน และทำTAX REFUND

18.00 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 096/Qr 836 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา     

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 : กรุงเทพมหานคร

13.30 น.    คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 72900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 10 – 18 เมษายน 2560 (เทศกาลสงกรานต์)