วันที่ 12 – 21 เมษายน 2560 (เทศกาลสงกรานต์)

อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส 10 วัน ขึ้นเขาจุงฟราว พักสวิส 2 คืน นั่งรถไฟTGV ขึ้นหอไอเฟล เข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

กำหนดการ

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 :

23.30 น.   Uคณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ T สายการบิน เอมิเรตส์EMIRATES (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : ทดสอบ2

01.15 น.   Q ออกเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่EK 385 / EK 97 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

13.25 น.   เดินทางถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาร์วินชี่ (ฟูมิซิโน)  หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลีซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่ และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจเมื่อราวกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกันรัฐอิสระที่ปกครองตนเองเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำท่านเข้าชมภายใน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก “เพียต้า” ผลงานของศิลปินเอก ไมเคิลแองเจโล  เสาพลับพลาที่ออกแบบโดย เบอร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลีชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โรมัน ฟอรั่ม,จากนั้นคณะแวะถ่ายรูปที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน จากนั้นให้ ท่านถ่ายภายคู่กับประตูชัยคอนสแนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ” รถโค้ชนำท่านวิ่งผ่านชมสถานที่ต่างๆรอบกรุงโรมจากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ชื่อ “เทรวี่” นั้นมาจากคำว่า“ตรีวิอุม” หมายถึงพบกันของถนนสามสาย เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12ได้มอบหมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งภายหลังการสิ้นพระชนม์สมเด็จสันตะปาปาที่ เออร์บัน ที่ 8ได้หยุดชะงักลง และดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30ปี ทางระบายน้ำ เวอร์โก้ บริเวณลานด้านหน้านั้นก่อสร้างมากว่า 2000ปี ครั้งสมัยโรมโบราณซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิออกัสตัส ซึ่ง ตรงเวลา 19 ปี ก่อนคริสตศักราช รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้น ได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล” ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน จากนั้นให้คณะได้ถ่ายรูปภาพคู่ บันไดสเปน เป็นบันไดในกรุงโรมประเทศอิตาลี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis  เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinità dei Monti เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ใช้สำหรับเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน บันไดสเปน นับว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีและ นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ

   ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

   นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักHoliday Inn Rome Pisanaหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 :

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปิซ่าเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาอีกเมืองหนึ่งของประเทศอิตาลี ชมวิวทิวทัศและชีวิตความเป็นอยู่ของคนอิตาลี และระหว่างทางท่านจะได้เห็นเทือกเขาที่เปรียบเหมือนกับกระดูกสันหลังของประเทศอิตาลี คือเทือกเขาอัลเพนนาย จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองปิซ่า นำท่านชมหอเอนเมืองปิซ่าที่ตั้งอยู่ใน จัตุรัสแคมโป หอระฆังสร้างขึ้นมาได้3ชั้นก็เอนตัวลงเพราะความผิดพลาดของวิศวกร โดยองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้วยและยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย           นําท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำอาโนเมืองต้นตํารับศิลปะแบบเรเนซองส์นําท่านชม เขตเมืองเก่ากรุงฟลอเรนซ์เมืองต้นตำรับศิลปะแบบเรเนซองส์ แวะถ่ายรูปกับ จัตุรัสซินญอเรีย, พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลฟิ, พระราชวังโบราณ, สะพานเวคคิโอ หรือสะพานทองคำ, โบสถ์ซานตา โครเช่, ชมวิหารแห่งฟลอเรนซ์ ให้ท่านถ่ายรูปด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินสีขาว เขียว และชมพู  นําท่านถ่ายภาพกับ รูปปั้นจำลองของเดวิดอิสระให้ท่านถ่ายรูป หรือเลือกซื้อภาพวาดจากศิลปินชาวอิตาลีที่วางเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง ตามอัธยาศัย

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองต้นตำหรับอิตาลี สปาเก็ตตี้อิตาลี+สเต็กและของหวาน

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักRaffaelloHotel หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 :

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านเดินทางไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลีเพื่อไปยัง เมืองเวนิสเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติกเป็นเมืองที่ใช้เรือแทนรถ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากถึง118เกาะ และมีสะพานมากถึง400สะพาน

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย            นําท่าน ล่องเรือไปยังเกาะเวนิสผ่านชม บรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ตามลําคลองน้อยใหญ่ จนดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน นำชม จัตุรัสซานมาร์โค ถ่ายรูปกับ สะพานถอนหายใจและพระราชวังดอจจ์ สิ่งก่อสร้างอัน งดงามที่เก่าแก่มากกว่า 800 ปี ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้น หลังจากนั้นพิเศษ!!!! ล่องเรือกอนโดล่า ชมวิวบรรยากาศของเวนิส ซึ่งว่ากันว่าหากมาเวนิส แล้วไม่ได้ล่องเรือกอนโดล่าก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเวนิสรายการนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องงดการล่องเรืออันเนื่องมาจากสภาพลม ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆบนเกาะเวนิส(ใช้เวลาประมาณ 30 นาที )อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมือง เมสเตร้

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณภัตตาคาร

                    (อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก+ของหวาน)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Novotel Venice Mestreหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 :

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

                   นำท่านเดินทางไปยัง เมืองมิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน  ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน               

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย            นำท่านเดินทางโดยรถโค้ช เดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย

ค่ำ              äรับประทานอาหารค่ำ ณ.ภัตตาคาร (ฟองดูชุดใหญ่ ต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักCITY OBERLANDหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 :

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

                   นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงฟราวบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถ้ำน้ำแข็ง1,000 ปี ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย...

เที่ยง          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา

บ่าย            นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจการเดินทางสู่ยุงค์ ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรปไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิวจุดนี้เหมือนมาไม่ถึง ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่งเพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้ซ้ำทางเดิมผ่านเมือง เวนเก้น เมืองที่สร้างบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความสวยงามมากจนยากที่จะลืม  แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็คซึ่งบริเวณสถานีนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่5 เคยเสด็จมาแล้ว  จนกระทั่งถึงเมืองเลาเท่นบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN) หลังจากนั้นนําท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์นเมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าเวียวาลด์สแตร์ทเตอร์อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศกลางเมืองน่ารัก เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่าย นาฬิกาสวิสฯ   อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้นจากนั้นนำท่านชมสะพานไม้ชาเปลสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นสะพานไม้ที่เก่าแก่มีอายุหลายร้อยปีนําท่านชมอนุสาวรีย์สิงโตสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน

 ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคาร

  นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก IBIS STYLES LUZERN CITYหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 :

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นออกเดินทางโดยรถโค้ชข้ามพรมแดนของ สวิสเซอร์แลนด์- ฝรั่งเศส เดินทางผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่สู่เขต แคว้นเบอร์กันดี ที่มีการปลูกต้นมาสต้าเพื่อนำมาผลิตมาเป็น มัสตาร์ด อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีของประเทศฝรั่งเศส เดินทางเข้าสู่ เมืองดีจอง ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งที่สวยงามของประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดีชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง สไตล์ฝรั่งเศส )

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปารีส ด้วยรถไฟด่วน TGV เพลิดเพลินและสนุกสนานกับความสะดวกสบาย ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ไม่ต้องลากกระเป๋าใหญ่ไปให้ลำบาก เพราะเรามีรถบัสขนสัมภาระไปให้ท่าน ) จนกระทั่งถึงกรุงปารีส  เมืองหลวงของประเทศ  ฝรั่งเศส ตั้งอยุ่บนแม่น้ำแซนน์ บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีส มหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น  ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทุ่งดอกเรบซีด,ไร่องุ่น,และหมู่บ้านชนบทของฝรั่งเศสจนกระทั้งเข้าสู่เมืองปารีส นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบาตามูซ เพื่อล่องเรือแม่น้ำแซนน์ ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม หรือโบสถ์นอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงามซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนะโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีและทำให้ให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลกงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารไทย)

            นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MERCURE PARIS PORTE D ORLEANS หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 :

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                นำท่านถ่ายภาพ หอไอเฟลเป็นที่ระลึกจากมุมกว้างซึ่งเป็นจุดที่สวยที่สุดและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่าน ขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของ หอไอเฟิล  สัญลักษณ์ของนครปารีสเลิศหรู อลังการโรแมนติค เป็นหอสูงสร้างด้วยโครงเหล็กทั้งหมด โดยชาวฝรั่งเศสชื่อ กุสตาฟ เอฟเฟล มีความสูง 984 ฟุต ใช้เหล็กทั้งหมด 7 พันตัน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 เพื่อเป็นประติมากรรมฉลองครบรอบ 100 ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชนในสมัยนั้นว่า รูปทรงน่าเกลียดอัปลักษณ์เป็นที่สุด หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่สิบปีต่อมา หอเหล็กสูง 324 เมตร น้ำหนัก 10,000 ตันนี้ จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่คนทั่วโลกอยากมาเห็น ให้ท่านได้เพลิดเพลิน สนุกสนาน ชมทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงปารีส ได้อย่างทั่วถึงและจุใจหลังจากนั้นนำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ อลังการ ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์(มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว)หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตัวตึกที่ตั้งอยู่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน โดยกษัตริย์ฟิลิป-ออกัสตัส สร้างเป็นป้อมปราการ จากนั้นพระเจ้าชาร์ลที่5 ได้ขยายป้อมปราการลูฟร์ให้เป็นพระราชวัง พระเจ้าหลุยส์ 13และ14 เคยประทับอยู่ที่นี่ ปัจจุบัน ลูฟร์ เป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 ชิ้นมีตั้งแต่ศิลปะ สมัยอีทรัสกัน กรีก โรมัน อียิปต์ภาพเขียนและปติมากรรมยุคเรอเนสซองซ์ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับปิรามิดแก้ว ซึ่งเป็นทางเข้าหลักออกแบบโดยสถาปนิกเชื้อสายอเมริกัน - จีนนำท่านชื่นชม ภาพวาดโมนาลิซา ของเลโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรและสถาปนิก อัจฉริยะ ชาวอิตาเลียนภาพวาดชวนพิศวงเนื่องมาจากรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเลศนัยของนางที่อยู่ในภาพ จนทำให้ผุ้คนวิจารณ์กันมากว่าแท้จริงแล้วโมนาลิซ่า คือใครกันแน่ เป็นบุรุษหรือสตรี   ชมรูปปั้นภาพเทพธิดาวีนัส (Venus deMilo) และศิลปะสำคัญ ของโลกส ภายในพิพิธภัณฑ์ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ร้านปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand  Name จากฝรั่งเศส

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 :

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาราของโรงแรม

                   จากนั้นนำท่านไปชมประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ก่อนนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่งถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกผ่านชม จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยตินซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1789 ท่านเดินทางไปยัง แวร์ซายส์ อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลาง   การเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้องข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่นและหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม

เที่ยง          อาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัยเพื่อสะดวก และให้เวลากับการช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

บ่าย      อิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแกลลารี่ลาฟาแยตต์ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช็อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมากได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกล เพื่อทำการเช็คอิน และทำ TAX REFUND

21.50 น.                Q ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบิน เอมิเรตส์ EMIRATES  (EK)เที่ยวบินที่EK 76 / EK 372 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 10 :

18.55 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิ์ภาพ พร้อมความประทับใจ

ราคาเริ่มต้น 96900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 12 – 21 เมษายน 2560 (เทศกาลสงกรานต์)

สถิติคนเข้าชมเวบไซต์ AmazingCounters.com