วันที่ 7 – 16 เม.ย. / 9 – 18 เม.ย. 2560 (เทศกาลสงกรานต์)

ฝรั่งเศส สวิส อิตาลี 10 วัน ขึ้นเขาจุงฟราว พักสวิส 2 คืน นั่งรถไฟTGV ขึ้นหอไอเฟล เข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 :

17.00 น.      คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS(QR)พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.40 น.      ออกเดินทางสู่ ปารีส โดยเที่ยวบินที่ QR835/QR0041 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮาä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 :

07.10 น.          เดินทางถึงสนามบินชาล์เดอโกล์ลหลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วรถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรปนำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซายส์อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตรนำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์ท้องถิ่นคอยบรรยายให้ความรู้ ไม่ต้องเดินเที่ยวชมเอง) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียนห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่นและหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่นครปารีสนครหลวงของฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซน

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(อาหารจีน)

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่ มงมาร์ต บริเวณนี้เป็นเนินเขาเตี้ยๆ โดยมี  มหาวิหารซาเกรเกอร์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เนินเขา ชาวปารีสเขาถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญชิ้นหนึ่งซึ่งเชิดหน้าชูตาให้แก่ปารีสเท่าเทียมกับหอ ไอเฟล ประตูชัยและมหาวิหารนอเตรอดาม มหาวิหารซาเกรเกอร์สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ตรงกลางมียอดโดมสูงใหญ่ ส่วนที่ต่ำลงมาก็มีโดมบริวารขนาดกลางและขนาดเล็กล้อมรอบอยู่ โดมประธานตรงกลางมีความสูงไม่น้อยกว่า 80 เมตร บริเวณนี้สามารถมองเห็นนครปารีสปารีสในมุมมกว้าง ซึ่งมีหอไอเฟล, แม่น้ำแซนแสนสวย, มหาวิหารนอเตรอดาม และประตูชัย ฯลฯ เป็นฉากหลังนำท่านสู่ ท่าเรือPont de L’almaเพื่อลงเรือ บาโตมูซ ล่อง แม่น้ำแซน ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ผ่านชมความงดงามของโบราณสถาน และอาคารเก่าแก่สร้างขึ้นตามสไตล์ของศิลปะเรอเนสซองส์ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็นอย่างดี ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดามสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนะโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และ พระราชวังกองแซร์เจอรีวังทรงชาโต้และเรือนจำหลวงซึ่งเคยเป็นที่คุมขังพระนางมารี อังตัวแนตต์ ฯลฯ(ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)จากนั้นนำท่านไปชมประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ก่อนนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่งถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกสู่ จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยตินซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1789

ค่ำ                    รับประทานอาหารแบบพื้นเมืองฝรั่งเศส(หอยเอสคาโก้อบเนย ,ท่านสามารถ เลือก สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส1อย่าง อาทิเนื้อหมู/เนื้อวัว/เป็ดอบซอสส้ม/ปลา  พร้อมจิบไวน์ฝรั่งเศส ตบท้ายด้วยของหวาน )

พักค้างคืน ณ Holiday Inn Paris Porte de Clichyหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                         นำท่านถ่ายภาพ หอไอเฟลเป็นที่ระลึกจากมุมกว้างซึ่งเป็นจุดที่สวยที่สุดและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนนำท่าน ขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของ หอไอเฟิล  สัญลักษณ์ของนครปารีสเลิศหรู อลังการ  โรแมนติคเป็นหอสูงสร้างด้วยโครงเหล็กทั้งหมด โดยชาวฝรั่งเศสชื่อ กุสตาฟ เอฟเฟล มีความสูง 984 ฟุต ใช้เหล็กทั้งหมด 7 พันตัน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 เพื่อเป็นประติมากรรมฉลองครบรอบ 100 ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชนในสมัยนั้นว่า รูปทรงน่าเกลียดอัปลักษณ์เป็นที่สุด หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่สิบปีต่อมา หอเหล็กสูง 324 เมตร น้ำหนัก 10,000 ตันนี้ จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่คนทั่วโลกอยากมาเห็น ให้ท่านได้เพลิดเพลิน สนุกสนาน ชมทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงปารีส ได้อย่างทั่วถึงและจุใจหลังจากนั้นนำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ อลังการ ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์(มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว)หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวตึกที่ตั้งอยู่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน โดยกษัตริฟิลิป-ออกัสตัส สร้างเป็นป้อมปราการ จากนั้นพระเจ้าชาร์ลที่5 ได้ขยายป้อมปราการลูฟร์ให้เป็นพระราชวัง พระเจ้าหลุยส์ 13และ14 เคยประทับอยู่ที่นี่ ปัจจุบันลูฟร์เป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 ชิ้น มีตั้งแต่ศิลปะ สมัยอีทรัสกัน กรีก โรมัน อียิปต์ภาพเขียนและปติมากรรมยุคเรอเนสซองซ์ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับปิรามิดแก้ว ซึ่งเป็นทางเข้าหลักออกแบบโดยสถาปนิกเชื้อสายอเมริกัน - จีนนำท่านชื่นชม ภาพวาดโมนาลิซา ของเลโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรและสถาปนิก อัจฉริยะ ชาวอิตาเลียน ภาพวาดชวนพิศวงเนื่องมาจากรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเลศนัยของนางที่อยู่ในภาพ จนทำให้ผุ้คนวิจารณ์กันมากว่าแท้จริงแล้วโมนาลิซ่า คือใครกันแน่ เป็นบุรุษหรือสตรี   ชมรูปปั้นภาพเทพธิดาวีนัส (Venus deMilo) และศิลปะสำคัญ ของโลกส ภายในพิพิธภัณฑ์

เที่ยง                อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวก และให้เวลากับการช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

นำท่านสู่ร้านสินค้าปลอดภาษีย่านออสมันบูโลวาร์ด เพื่อให้          ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่คืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆรวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากฝรั่งเศส จากนั้นอิสระให้   ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลลารี่ ลาฟาแยตต์ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มี                ความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่าที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช็อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก

  ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Holiday Inn Paris Porte de Clichyหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟ TGV นำท่านเดินทางสู่เมืองดิจอง ด้วยรถไฟด่วน  เพลิดเพลินและสนุกสนานกับความสะดวกสบาย ด้วยความเร็วกว่า 300กิโลเมตร/ชั่วโมงผ่านชมทิวทัศน์ของท้องทุ่ง และชีวิตผู้คนชาวฝรั่งเศสในชนบทไปยัง เมืองดิจอง เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องไวน์ของฝรั่งเศส

เที่ยง                äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอินเทอร์ลาเค่นเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมืองตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือThunersee และBrienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ, นาฬิกาดอกไม้, สถานคาสิโนฯลฯให้ท่านเดินเล่นพักผ่อนชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมืองมีสวนดอกไม้เล็กๆน่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมืองรวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณภัตตาคาร (ฟองดูชุดใหญ่ ต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์)

พักค้างคืน ณ CITY OBERLANDหรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

           นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงฟราวบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง1,000ปี  ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย...

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา

บ่าย                  นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตุการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจการเดินทางสู่ยุงค์ ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิว จุดนี้ แหมือนมาไม่ถึง ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขา โดยเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่งเพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้ซ้ำทางงเดิมผ่านเมือง เวนเก้น เมืองที่สร้างบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความสวยงามมากจนยากที่จะลืม  แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็คซึ่งบริเวณสถานีนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่5 เคยเสด็จมาแล้ว  จนกระทั่งถึงเมืองเลาเท่นบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN)นําท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์นเมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐนำท่านชมสะพานไม้ชาเปลสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นสะพานไม้ที่เก่าแก่มีอายุหลายร้อยปีนําท่านชมอนุสาวรีย์สิงโตสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหินให้ท่านเดินเล่นพักผ่อนชื่นชมบรรยากาศกลางเมืองน่ารักเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาสวิสฯอาทิROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้นหรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่นมีดสวิสฯพร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลตเป็นต้น

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ EUROPE HOTEL LUCERNE หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                         นำท่านเดินทางไปยัง เมืองมิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน  ถ่ายรูปด้านหน้ากับมหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(อาหารจีน)

                         ได้เวลานัดหมาย นำท่าน เดินทางสู่ เมืองเวนิส – เมรเตร้ เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ ANTONY HOTEL หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                         นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือตรอนเชโตจากนั้นลงเรือเหมาลำส่วนตัวเดินทางสู่ เกาะเวนิส เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเดินทางสู่ ลานซานมาร์โคศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  พิเศษ!!!! ล่องเรือกอนโดล่า ชมวิวบรรยากาศของเวนิซ ซึ่งว่ากันว่าหากมาเวนิซ แล้วไม่ได้ล่องเรือกอนโดล่าก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเวนิซรายการนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องงดการล่องเรืออันเนื่องมาจากสภาพลม ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆบนเกาะเวนิส(ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที )ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่ง ท่าเรือตรอนเชโต้

กลางวัน         รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก+ของหวาน)

                         นำท่านเดินทางไปยังเมืองปิซ่าเมืองซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ทางตะวันตกของแค้วนทัสคานี อดีตเมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก ที่มีชื่อเสียงของชาวโรมันช่วงศตวรรษที่ 11-13 บ้านเกิดของนักดาราศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ กาลิเลอิ

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ GALILEI  HOTEL หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 :

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                    นำท่านนั่งรถบัสท้องถิ่นประจำเมืองเข้าสู่ ศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสแคมโป สถานที่ตั้งของ อาคารแบ็บติสตรีทรงกลม, มหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสก์ และ หอระฆัง ที่เอนเอียงเพราะความผิดพลาดในการก่อสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่า หอเอนปีซ่า และนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย ได้ เวลานัดหมาย นําท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำอาโนเมืองต้นตํารับศิลปะแบบเรเนซองส์นําท่านชม เขตเมืองเก่ากรุงฟลอเรนซ์เมืองต้นตำรับศิลปะแบบเรเนซองส์ แวะถ่ายรูปกับ จัตุรัสซินญอเรีย, พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลฟิ, พระราชวังโบราณ, สะพานเวคคิโอ หรือสะพานทองคำ, โบสถ์ซานตา โครเช่, ชมวิหารแห่งฟลอเรนซ์ ให้ท่านถ่ายรูปด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินสีขาว เขียว และชมพู  นําท่านถ่ายภาพกับ รูปปั้นจำลองของเดวิด อิสระให้ท่านถ่ายรูป หรือเลือกซื้อภาพวาดจากศิลปินชาวอิตาลีที่วางเรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง ตามอัธยาศัย

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(อาหารจีน)

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออกโรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า“ถนนทุกสายมุ่งสู่ กรุงโรม”

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง)

พักค้างคืน ณHOLIDAY INN HOTEL หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 :

เช้า                 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                         หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางข้ามแม่น้ำไทเบอร์ ซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองเข้าสู่นครวาติกัน รัฐอิสระซึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสตจักรโลก นำท่านถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณด้านหน้าลานกว้างของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีทางเดินทางเดินครึ่งวงกลมสองด้านเป็นผลงานชิ้นเอกของเบอร์นินี่ จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งจุผู้คนได้ถึง 50,000 คน ซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น ปีเอต้า รูปแกะสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้บนตัก และ ยอดโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีภาพเขียนอันงดงามวิจิตรผลงานของศิลปินเอก ไมเคิล แองเจโล ตรงกลางมหาวิหารมี ศาลาคาโนปีซึ่งเป็นแท่นบูชาในโบสถ์ออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารโดย เบอร์นินี่ สมควรแก่เวลานำท่านไปพบกับสิ่งก่อสร้างอันงดงามซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรมและจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ โคลอสเซี่ยมเคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 และทางด้านตะวันตกของโคลอสเซียมยังมี ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิคอนสแตนตินอิสระให้ท่านชมและถ่ายรูปที่ระลึกตามอัธยาศัยถึงเวลานัดหมายนำท่านนั่งรถผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ โรมันฟอรั่ม เข้าสู่ จัตุรัสเวเนเซีย ชม ระเบียงปาลาสโซ่ ที่กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี และ อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 หรือพระบิดาของชาวอิตาลี นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโรม ออกแบบก่อสร้างด้วยหินอ่อนตามสไตล์บารอกที่งดงามอลังการด้วยฝีมือของ นิโคลา ซัลเวีย ว่ากันว่าถ้ามาโรมแล้วไม้ได้เห็นน้ำพุเทรวี่ก็เท่ากับมาไม่ถึงโรม และเมื่อไปถึงแล้วก็ต้องโยนเหรียญไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเคล็ดว่าจะได้กลับมาเยือนโรมอีก สมควรแก่เวลานำท่านเดินเล่นที่ ย่านบันไดสเปน จัตุรัสแห่งนี้ถูกเรียกชื่อตามสถานทูตสเปน ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น บริเวณแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1723 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1725 สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาวผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ และที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้า Brand name ทั้งหลายถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ สนามบินฟิอุมมิชิโน่

17.30 น. Qออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 132/QR836แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 10 :

12.40 น.          เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 96900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 7 – 16 เม.ย. / 9 – 18 เม.ย. 2560 (เทศกาลสงกรานต์)