วันที่ 29 เม.ย. - 8 พ.ค. (วันแรงงาน)

เยอรมัน ออสเตรีย เชค ฮังการี 9 วัน(เที่ยวครบทุกเมืองสวย แบบไม่ซ้ำเหมือนใคร) ขึ้นเขาซุกสปิตเซ่

กำหนดการ

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 :

17.30 น.      พร้อมกัน ณ  สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 คาน์เตอร์P ประตู 8 สายการบิน กาตาร์ แอร์เวยส์ (QR)พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

21.15 น.      ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิคโดยเที่ยวบินที่ QR833 (21.15 น. – 00.25 น.) /QR059(01.25 น. – 06.30 น.) แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงโดฮา ประเทศ กาตาร์

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 :

06.30 น.      เดินทางถึงเมืองมิวนิคหลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้วนำท่านเดินทางสู่นำท่านเดินทางสู่ เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau)เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle)โดยรถบัสเล็ก( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น-ลง ปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย )นำเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานะการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอนแต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนีชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์

เที่ยง             รับประทานอาหารเที่ยงที่ ภัตตาคาร

บ่าย               จากนั้นนำคณะเดินลงจากปราสาท อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกสมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางสู่เมืองการ์มิช-พาร์เท่นเคียรเช่นเมืองพักตากอากาศเล็กๆทางใต้ของมิวนิค ตั้งอยู่กลางเทือกเขาแอลป์ เมืองแสนสวยในหุบเขาของเยอรมันใต้ บ้านเมืองสวยแบบบาวาเรียแท้ ตามผนังของตึกต่าง ๆ ยังเป็นรูปเขียนเรื่องราวในคริสต์ศาสนาที่น่าชมยิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาวและยังเป็นศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาฤดูหนาว ลานสเก็ตน้ำแข็ง และลู่แข่งสกีโอลิมปิก

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร

นำเข้าที่พักณ Mercure Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 :

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองไอบ์เซ่ เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟขึ้นไปยังยอดเขาซุกสปิตเซ่(Zugspitze)เป็นยอดเขา ที่สูงที่สุดในเยอรมัน (Top of Germany) อิสระให้ท่านสัมผัสกับลานหิมะ และธารน้ำแข็ง จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าต่อไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาซุกสปิตเซ่ ณ ระดับความสูง 2,970 เมตร จากระดับน้ำทะเลในแต่ละปีจะมีนักท่องเทียวมาที่นี่ ราว 500,000 คน

เที่ยง             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา

บ่าย               นำท่านเดินทางสู่ใจกลางนครมิวนิคเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปเมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์ ) นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพาซ ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และวิหารแม่พระ โบสถ์ใหญ่ที่มีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ย่านถนนคนเดิน ซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง

ค่ำ                 รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขาหมูเยอรมัน+เบียร์

นำเข้าที่พักณ Mercure City Munich Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 :

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

                      จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมือง ซาลสเบิร์ก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในประเทศออสเตรีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐซาลซ์เบิร์ก เมืองเก่าของซาลทซ์บูกร์กและสถาปัตยกรรมบาโรกเป็นหนึ่งในใจกลางเมืองที่ถูกดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันด้วยกัน และได้รับการยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ.2540 ซาลซ์เบิร์กเป็นที่จดจำกันในฐานะที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์เมืองแห่งมนเสน่ห์ของเสียงดนตรี และเป็นบ้านเกิดของศิลปินเอก ของโลกโวฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท ถึงซาลส์เบิร์กให้ท่านได้ถ่ายรูปภายในสวนมิราเบล ที่เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Sound of  Music จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำซาลซาค ไปยังย่านถนนคนเดิน นำท่านไปถ่ายรูปบ้านโมสาร์ทจากด้านนอก จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกของฝาก  

เที่ยง             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกฮัลล์ทัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรียอิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศตามอัธยาศัย หรือท่านสามารถเข้าไปพิสูจน์ความกล้าที่ ไบน์เอาส์ หรือ โบน์เฮาส์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกตัวออกจากคริสตจักรภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกมากกว่า 1,200 กะโหลกส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตในศตวรรษที่ 18-19จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองมรดกโลก เชสกี้ครุมลอฟประเทศสาธารณรัฐเชคเป็นเมืองเก่าที่ แสนสวย และโรแมนติกตั้งอยู่ในวงล้อมของแม่น้ำวัตตาว่ามีปราสาทครุมลอฟซึ่งเป็นปราสาทที่มีการเปลี่ยนมือกันครอบครองจากหลายราชวงศ์ ในยุคกลาง อาทิ โรเซนเบิร์ก ชวาเซนเบิร์ก เอกเก้นเบิร์ก

ค่ำ                 บริการอาหารค่ำ ณภัตตาคาร พิเศษสุดกับ เมนูปลาเทร้า

นำเข้าที่พักณ The Old Inn Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 :

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำคณะเดินชมบริเวณจุดชมวิวบริเวณระเบียงของปราสาทครุมลอฟมรดกโลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250เป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากปราสาทปรากอยู่บนเนินเขาอายุเก่าแก่กว่า 700 ปีภายในปราสาทแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องต่างๆถึง 40 ห้องลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยานบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆเหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงามจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงปราคเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชค

เที่ยง             บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำเข้าชมเขตปราสาทแห่งปราคซึ่งในยุคกลางที่ใหญ่ที่สุด และถือว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งเชค กษัตริย์แห่งราชวงศ์แฮบบิร์ก พระนางมาเรียเทเรซ่า แห่งอาณาจักรออสเตรีย ชม วิหารเซนต์วิตุส จากด้านนอก ซึ่งเป็นมหาวิหารสไตล์ โกธิคที่ใหญ่ที่สุดของเชคตั้งชื่อเทิดทูนให้กับเซนต์วิตุส ปัจจุบันปราสาทปราคยังเป็นทำเนียบที่ทำการของประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเชคอีกด้วย และให้ท่านได้บันทึกภาพกรุงปราคทั้งเมือง ณ จุดชมวิวจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่กรุงปราค เมืองหลวงของประเทศสาธารรรัฐเชค จากนั้นนำท่านไปยังยังสะพานชาลส์ ซึ่งสะพานนี้จะนำท่านข้ามไปยังย่าน Old Townนำท่านชมย่าน Old Townเขตเมืองเก่าของกรุงปราค ชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ อนุสาวรีย์ยานฮุส ซึ่งอดีตเคยเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ชาลส์ ในยุคของกษัตริย์ ที่ 4จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึกประจำถิ่นได้ ณ เขตเมืองเก่า สินค้าที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ เครื่องแก้วโบฮีเมีย

ค่ำ                 บริการอาหารค่ำ ณภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขึ้นชื่อ เป็ดโบฮีเมี่ยน

นำเข้าที่พักณ Barcelo Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 :

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

ออกเดินทางสู่ กรุงบราติสลาว่า นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวาเกีย ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐสโลวาเกีย รวมทั้งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภูมิภาคยุโรปกลาง

เที่ยง             บริการอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร

บ่าย               นำท่านออกเดินทางสูกรุงบูดาเปสต์ เพื่อนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือ แม่น้ำดานูบแม่น้ำสายโรแมนติก มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติตลอดจนอาคารบ้านเรือน และความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบ ณ กรุงบูดาเปสต์โดยเฉพาะ อาคารรัฐสภาฮังการีถือว่าสัญลักษณ์ของฮังการี อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก เพราะตัวอาคารมีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิกที่ดูคลาสสิคด้วย หลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1885 และใช้เวลากว่า 20 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ โดยรูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากอาคารรัฐสภาแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักร

ค่ำ                 รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร ลิ้มลองซุปกูราซ เข้มข้นที่มีสีแดงสดของพริกปาปริก้า

นำเข้าที่พักณMercure Buda Hotelหรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 :

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยังคาสเซิลฮิลล์ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถานซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ชม ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาส เตียนที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ. 1241-1242 ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองที่สวยที่สุด สามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้แบบพาโนราม่า มองเห็นสะพานโซ่ และอาคารรัฐสภาฮังการี่ริมแม่น้ำดานูบที่งดงามตรึงตา ประทับใจกับการที่ได้มาเยือน “บูดาเปสต์”นครหลวงอันงดงามแห่งสาธารณรัฐฮังการี บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์แมทเทียส เป็นโบสถ์ใหญ่เก่าแก่อายุ 700 ปี ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบถส์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์แมทเทียส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮังการี เมื่ออดีตโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ในช่วงที่ฮังการีถูกรุกรานจากกองทัพเติร์ก สมบัติส่วนใหญ่ถูกขนออกไปและถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นมัสยิส หลักของเมืองภายใต้การปกครองของตุรกีในปี ค.ศ. 1541 และในช่วงสงครามขับไล่กองทัพเติร์ก โบสถ์แมนเทียสได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อสงครามสงบลงจึงมีการบูรณะโบสถ์แมทเทียสให้กลับมายิ่งใหญ่และงดงามดังเดิม มีหลังคาสลับสีอันสวยงามตามสไตล์นีโอ-โกธิก ส่วนด้านโบสถ์ประดับประดาไปด้วยภาพเขียนสี และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาที่แสนงดงามและยังมี อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกย่าร์ ตั้งเด่นเป็นสง่าให้ได้ชมกันเป็นอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่11เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยง             บริการกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย และในอดีตเป็นศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองแห่งดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวอีกมากมายที่ต่างพากันมาเยือนดินแดนอันแสนโรแมนติคเป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนายังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC)

ค่ำ                 รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร พิเศษสุด กับเมนูขาหมู+ไวน์ ณ หมู่บ้านกรินซิ่ง

นำเข้าที่พักณ Art Hotelหรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 :

เช้า                บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                      จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในพระราชวังเชรินน์บรุนน์  พระราชวังฤดูร้อนแห่งราชวงศ์ฮับสเบิร์กที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระราชวังใดในยุโรปที่มีการตกแต่งห้องด้วยศิลปะในหลายรูปแบบทั้ง บารอค, รอคโคโค หรือศิลปะประยุกต์จากทางเอเซีย ชมเมืองเวียนนา เมืองแห่งดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวอีกมากมายที่ต่างพากันมาเยือนดินแดนอันแสนโรแมนติค นำท่านผ่านชมความงามของอาคารสำคัญๆ อาทิ อาคารรัฐสภา โรงละครโอเปร่า 

เที่ยง             *** อิสระอาหารเที่ยงเพื่อให้ท่านมีเวลาช้อปปิ้งกันอย่างเต็มที่ ***

จากนั้นนำท่านไปยังร้านค้าปลอดภาษีซึ่งจะมีสินค้าแบนด์เนมต่างๆ หลากหลายประเภท และหลากหลายี่ห้อ อาทิเครื่องแก้วชวาลอฟสกี้ นาฬิกาสวิส กระเป๋า ฯลฯจากนั้นนำท่านเดินช้อปปิ้งย่านใจกลางเมืองบนถนนคนเดิน คาร์ทเนอร์สตราเซ่ที่มีร้านค้านานาชนิด ของแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายยี่ห้อ และยังเป็นที่ตั้งของ วิหารเซนต์ สตีฟานซึ่งเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเวียนนาจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินกรุงเวียนนา เพื่อเตรียมเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

19.05น. คณะออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวยส์ เที่ยวบินที่  QR 184 (19.05 น. – 01.15 น.)  / QR 836(02.10 น. – 12.40 น.) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 :

12.40 น.          คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

ราคาเริ่มต้น 79900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 29 เม.ย. - 8 พ.ค. (วันแรงงาน)

สถิติคนเข้าชมเวบไซต์ AmazingCounters.com