วันที่ 28 เม.ย. – 5 พ.ค. (วันแรงงาน)

อิตาลี ออสเตรีย เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน 5 คืน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – โรม(อิตาลี)

17.00 น.      คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) สังเกตุป้าย กราเซีย กรุ๊ป เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.25 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่QR 835/QR 115 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : โรม – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่– กรุงวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ –วิหารแพนเธออน – ปิซ่า (อิตาลี)

06.55 น.       เดินทางถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาร์วินชี่ (ฟูมิซิโน)  หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ กรุงโรมเมืองหลวงของประเทศอิตาลีซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่ และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจเมื่อราวกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน รัฐอิสระที่ปกครองตนเองเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก “เพียต้า” ผลงานของศิลปินเอก ไมเคิลแองเจโล  เสาพลับพลาที่ออกแบบโดย เบอร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลีชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โรมัน ฟอรั่ม,จากนั้นคณะแวะถ่ายรูปที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน จากนั้นให้ ท่านถ่ายภายคู่กับประตูชัยคอนสแนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ” รถโค้ชนำท่านวิ่งผ่านชมสถานที่ต่างๆรอบกรุงโรม

 เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

จากนั้นนำท่านชมน้ำพุเทรวี่เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ชื่อ “เทรวี่” นั้นมาจากคำว่า“ตรีวิอุม” หมายถึงพบกันของถนนสามสาย เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12ได้มอบหมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งภายหลังการสิ้นพระชนม์สมเด็จสันตะปาปาที่ เออร์บัน ที่ 8ได้หยุดชะงักลง และดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30ปี ทางระบายน้ำ เวอร์โก้ บริเวณลานด้านหน้านั้นก่อสร้างมากว่า 2000ปี ครั้งสมัยโรมโบราณซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิออกัสตัส ซึ่ง ตรงเวลา 19 ปี ก่อนคริสตศักราช รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้น ได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล” ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน จากนั้นให้คณะได้ถ่ายรูปภาพคู่ บันไดสเปน เป็นบันไดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis  เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinità dei Monti เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ใช้สำหรับเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน บันไดสเปน นับว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีและ นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ  นำท่านชม วิหารแพนเธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดย จักรพรรดิ์ เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ APOLLOพระอาทิตย์ DIANA พระจันทร์ MARS อังคาร  MERCURY พุธ JUPITER พฤหัส VENUS ศุกร์ SATURN เสาร์ ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลมและโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง 43.3 เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันแคธอริค อุทิศแด่พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา ออกเดินทางสู่ แคว้นทอสคาน่า เมืองปิซ่า  ท่านจะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของบ้านเรือนแบบอิตาลีและปราสาทตั้งสูงสง่างามอยู่บนเนินเขา และเป็นแหล่งผลิตไวท์ชั้นดีของเมืองนี้

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง สปาเก็ตตี้ต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก + ของหวาน)

พักค้างคืน ณ GALILEI  HOTEL หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : เมืองปิซ่า – หอเอนปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก – เมสเตร้ – นั่งเรือสู่เกาะเวนิส – สะพานถอนลมหายใ

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชมหอเอนเมืองปิซา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก  ที่เมืองปีซา   ประเทศอิตาลี  เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสูง 181 ฟุต เริ่มสร้างเมื่อค.ศ.1174 แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อก่อสร้างไปได้ประมาณ 4-5 ชั้น เนื่องจากพื้นดินใต้อาคารเริ่มยุบลงจากการที่รากฐานของอาคารไม่มั่นคงพออย่างไรก็ตามต่อมาได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.1350ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของโครงสร้างด้านบนไปจากแผนผังเดิมเพื่อถ่วงดุลกับการเอียงของหอ โดยรวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น  176  ปี แต่ตัวหอก็ยังเอนไปจากแนวตั้งฉากถึง14ฟุตปัจจุบันนี้ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมข้างบนแล้ว   เนื่องจากว่าหอจะเอนลงเรื่อยๆ ซึ่งบรรดาวิศวกรกำลังหาทางที่จะหยุดยั้งการเอนและอนุรักษ์ให้มีสภาพเอียงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชมไปอีกนานๆ สำหรับหอเอนปิซานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก  ณ  ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารจีน)

บ่าย      ท่าน เดินทางสู่ เกาะเวนิส - เมรเตร้ เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เดินทางสู่ เกาะซานมาร์โคศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมือง เมสเตร้

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก+ของหวาน)

พักค้างคืน ณ DELFINO HOTEL VENEZIA MESTRE หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : เมสเตร้ – อินส์บรุค –ฟุสเซ่น (เยอรมันนี)

เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทางจากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับวังหลังคาทองคำ เสาสูงอนาซอล จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เครื่องแก้วคริสตัน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของออสเตรีย

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารจีน)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ในเขตออสทัลล์กอย เป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ทุกฤดู นำท่านชมย่ายเมืองเก่า ซึ่งมีความสวยตึงตาที่ท่านมิอาจลืมได้

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Euro Park Hotel หรือเทียบเท่า  (คืนที่3)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : โฮเฮนชวานเกา –ปราสาทนอยชวานสไตน์– ลูเซิร์น (สวิตเซอรืแลนด์)

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น-ลง ปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอนแต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนี ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

บ่าย              หลังจากนั้นนําท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐ นำท่านชมสะพานไม้ชาเปล สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น สะพานไม้ที่เก่าแก่มีอายุ หลายร้อยปี  นําท่าน ชม  อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน หรือ  ช้อปปิ้ง นาฬิกาสวิสฯ   อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้น

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Ibis Styles Luzern City  หรือเทียบเท่า (คืนที่4)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : แองเกิลเบิร์ก – ยอดเขาทิตลิส – ถ้ำน้ำแข็ง 1000ปี – มิลาน (อิตาลี)

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

หลังจากนั้นนำท่านสู่เมือง แองเกิลเบิร์ก เมืองตากอากาศเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลจากนั้นนำท่านนั่ง กระเช้าไฟฟ้าโรแตร์ ชมทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์บนกระเช้าที่หมุนได้ 360 องศา ขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส ที่มีความสูง 3,024 เมตร ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสกีเป็นจำนวนมากนำชมภายใน ถ้ำน้ำแข็งพันปี สนุกสนานกับการเล่นหิมะและอิสระถ่ายรูปของทิวทัศน์เหนือยอดเขาสูงเสียดฟ้า

เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(บนยอดเขา)

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองมิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Adi Poliziano Fiera  หรือเทียบเท่า (คืนที่5)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : มหาวิหารแห่งมิลาน – ช็อปปิ้ง – GALLERIA VITTORIO EMANUELE II – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่าน ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กันจากนั้นอิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ณ Galleria Vittorio Emanuele II เป็นห้างหรือศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เรียกได้ว่าเป็นอาคารช้อปปิ้งที่สวยสุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเป็นห้องนั่งเล่นของเมืองมิลาน นอกจากจะมีสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงขายแล้ว ยังมีร้านกาแฟที่เรียกกันว่าไซด์วอล์คคาเฟ่ อิสระให้ท่านตามอัทยาศัย ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกล เพื่อทำการเช็คอิน และทำ TAX REFUND

16.25 น.      ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 128 / QR 834  แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : กรุงเทพฯ

12.40 น.     เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 69900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 28 เม.ย. – 5 พ.ค. (วันแรงงาน)