วันที่ 7 – 15 เมษายน 2560 เทศกาลสงกรานต์

อิตาลี ออสเตรีย เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน

กำหนดการ

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 :

17.00 น.   คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ T ประตู 8 สายการบิน เอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

21.05 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองมิลาน โดยเที่ยวบินที่EK373 / EK101  แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ  ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 :

06.35 น. เดินทางถึงสนามบินมิลาน เมืองทางเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่น หลังผ่านพิธีการด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองมิลาน นำท่าน ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กันจากนั้นอิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้า แบรนด์ ดัง บริเวณ อาคารแกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมานูเอล 2ซึ่งเป็นห้างหรือศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

เที่ยง       รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมือง  เมืองเวโรนา (VERONA) เมืองที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของวิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ ชื่อโรมิโอและจูเลียต นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณนําท่านสู่ จตุรัสเออร์เบ ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทาง ผ่านชม ความยิ่งใหญ่ภายนอกของ โรมัน อารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน เพลิดเพลินกับการ ช้อปปิ้งสินค้า ที่ ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนม ที่มีให้ท่านได้เลือกอย่างมากมายตามอัธยาศัยบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า นำท่านชมอดีตบ้านของจูเลียตปัจจุบันหน้าบ้านจูเลียตคือ ร้านArmani ชม ระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่างตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ถนน แคปเปลโล (Cappello) ใน เมืองเวโรนา (Verona) บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกําแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกําแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สําหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมาจากบ้านจูเลียตแห่งนี้ ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส(VENICE)เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกและยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ มาร์โคโปโล นำท่าน ล่องเรือข้ามไปยังเกาะเวนิส ผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ มืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

          (อาหารพื้นเมือง สปาเก็ตตี้ต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก + ของหวาน)

พักที่ : Delfino Venice Mestre หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 :

เช้า    รับประทานอาหารเช้า  ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน เดินทางสู่ เกาะเวนิส - เมรเตร้ เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เดินทางสู่ เกาะซานมาร์โคศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  พิเศษ!!!!นำท่าน ล่องเรือกอนโดล่าชมวิวบรรยากาศของเวนิซ ซึ่งว่ากันว่าหากมาเวนิซ แล้วไม่ได้ล่องเรือกอนโดล่าก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเวนิซ รายการนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องงดการล่องเรืออันเนื่องมาจากสภาพลม ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆบนเกาะเวนิส (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ) ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมือง เมสเตร้

เที่ยง   รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย    นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทาง จากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับวังหลังคาทองคำเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิกผสมบาโร้ก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ ปัจจุบันโกลเด้นรูฟกลายเป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ เสาสูงอนาซอล จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เครื่องแก้วคริสตัน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของออสเตรีย

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ : Euro Park Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 :

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์ เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ฮัลล์ทัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรียอิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศตามอัธยาศัย หรือท่านสามารถเข้าไปพิสูจน์ความกล้าที่ ไบน์เอาส์ หรือ โบน์เฮาส์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกตัวออกจากคริสตจักรภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกมากกว่า 1,200 กะโหลกส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตในศตวรรษที่ 18-19

เที่ยง    รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย      นำท่านเดินทางสู่ใจกลางนครมิวนิค เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และ   เป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปเมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์  นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพลาส ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และวิหารแม่พระโบสถ์ใหญ่ที่มีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ย่านถนนคนเดิน ซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขาหมูเยอรมัน+เบียร์

นำเข้าที่พัก ณ Mercure Hotel หรือระดับเดียวกัน 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 :

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง

เที่ยง    รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

บ่าย นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น-ลงปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำท่านเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอนแต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนี ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ในเขตออสทัลล์กอย เป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ทุกฤดู นำท่านชมย่ายเมืองเก่า ซึ่งมีความสวยตึงตาที่ท่านมิอาจลืมได้

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร

นำเข้าที่พัก ณ Mercure Hotel หรือระดับเดียวกัน 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 :

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาการเข้า นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น เมืองหลวงอันเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสวยงามเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุรักษ์ และประกาศให้เป็น มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ Unesco นำคณะชมเที่ยวชมเบเร็นกราเบ็น หรือ บ่อหมี สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งปัจจุบันได้ถูกย้ายไปอยู่บริเวณสนามหญ้าริมแม่น้ำ จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ย่าน มาร์คกาสเซย่านเมืองเก่าซึ่งปัจจุบัน เต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านบูทีคเป็นเขตที่ปลอดมลพิษ ไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่าน จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว นำชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆ ของเมืองนี้เข้าสู่ ถนนครัมกาสเซ เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณชมนาฬิกาไช้ท์กล็อคเค่นอายุกว่า 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ชมมหาวิหารเซนต์วินเซนต์รัทฮาวน์       และกรุงเบอร์นยังเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป ให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมือง...พร้อมชมอดีตบ้านพักของไอซไตน์ ซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้...

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควรนำคณะออกเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้นเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมืองตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ, นาฬิกาดอกไม้, สถานคาสิโน ฯลฯ ตรงนี้แหละคือสวิสฯแบบสุดสุด อย่างที่หลายคนยังไม่เคยได้สัมผัส และยังใช้เป็นฉากภาพยนต์ไทยเรื่อง วันนี้ที่รอคอย

ค่ำ       รับประทานอาหารพื้นเมือง ให้ท่านได้ลิ้มลองเมนูฟองดูว์แบบต้นตำหรับ ที่ขึ้นชื่อของสวิส  หมู + ไก่ + เฟรนช์ฟราย + ไอศกรีม

พักที่ : City oberlanf Hotelหรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 :

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่ หมู่บ้านกรินเดลวาลด์ ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูงแห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึงสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงฟราว

บ่าย     พร้อมนำคณะเข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง1,000ปี Ice Palace ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau พร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย...ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยรถไฟ จากนั้นออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองลูเซิร์น Lucerne เมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุด

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ :  Astoria Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 :

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมทะเลสาบลูเซิร์น ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจชาวเมือง และนักท่องเที่ยว นำคณะเข้าชม          อนุสาวรีย์สิงโต ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตในการอารักขาพระเจ้าหลุยส์ที่16แห่งประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ในคราวปฏิวัติใหญ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1792 ให้คณะได้เดินชื่นชมในความเก่าแก่ของเมือง อาคารโบราณ และ สะพานไม้คาเปล อันเก่าแก่ ที่มีอายุมากกว่า 600 ปี ที่สร้างทอดตัว ข้ามแม่น้ำรอยส์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยสะพานแห่งนี้ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของยุโรป มีเวลาให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิสเซอร์แลนด์นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ,ช็อคโกแล็ต ,ของซูวีเนียร์ต่างๆ และที่ท่านไม่ควรพลาดคือ นาฬิกายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงของสวิสเซอร์แลนด์ จากร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ บุคเคอเรอร์, กือเบอลิน ฯลฯ

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    นำคณะออกเดินทางศเข้าสู่ ซาฟเฮาส์เซ่น เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ นำคณะชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสะแต้นที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี สัมผัสความตระการตาของสายน้ำตก พร้อมบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก นำคณะออกเดินทางสู่ เมืองซูริค Zurich   เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม การคมนาคมซึ่งรวมไปถึงทั้งทางทางบกและการจราจรทางอากาศ ซึ่งบางครั้งเมืองซูริกมักถูกเรียกว่าเมืองหลวงวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปี 2006-2008 เมืองซูริกได้รับรางวัลเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกอีกด้วยให้ท่านได้เดินเล่น ถนนบานโฮฟซตราสเซอ(Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นถนนช้อปปิ้ง โดยตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรูเป็นจำนวนมาก จากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศเรียบแม่น้ำลิมแม็ท บริเวณถนนลิมแม็ทคีย์ มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆเมือง พร้อมช๊อปปิ้งของที่ระลึกพื้นเมืองของวิสเซอร์แลนด์ ได้เวลานัดหมาย นำคณะออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติซูริก...เพื่อทำการเช็คอิน และทำTAX REFUND

22.15 น.   เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 86 / EK 372 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ  ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 :

18.55 น.      คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

ราคาเริ่มต้น 88900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 7 – 15 เมษายน 2560 เทศกาลสงกรานต์

สถิติคนเข้าชมเวบไซต์ AmazingCounters.com