วันที่ 11 – 18 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)

อิตาลี 8 วัน 5 คืน อาณาจักรแห่งโรมัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – มิลาน

17.30 น.       คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.25 น.       ออกเดินทางสู่ กรุงมิลาน  ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบินที่ QR 835 / QR 123 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิลาน – เมืองตากอากาศโคโม่ – ล่องเรือทะเลสาบโคโม – เวโรน่า

07.15 น.       เดินทางถึง เมืองมิลาน(MILANO) หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน มิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและเอซีมิลาน,มีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง,โรงละครโอเปร่านำท่านชม ดูโอโม่ (DUOMO) หรือ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน(เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างเมื่อเมื่อปี ค.ศ.1386 แต่งานเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1813 รวมระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 427 ปี  การตกแต่งภายนอกเป็นหลังคายอดเรียวจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร (13 ฟุต) ของพระแม่มาดอนน่าซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ดี เอช ลอว์เรนซ์ เรียก วิหารดูโอโม่ ว่าเป็น วิหารที่สร้างเลียนแบบเม่น นำท่านชม แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองโคโม่ ซึ่งตั้งอยู่ ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเรเมืองโคโม่นี้ถือว่าเป็นเมืองพักตากอากาศยอดนิยมของชาวยุโรปเลยก็ว่าได้ นำท่านล่องเรือทะเลสาบโคโม่ชมบรรยากาศอันสวยงามสุดแสนประทับใจของทะเลสาบโคโม่ หลังจากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมความสวยงามของเมืองโคโม่ ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่เมือง          เมืองเวโรนา (VERONA) เมืองที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของวิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ ชื่อโรมิโอและจูเลียต

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Best Western Ctc Hotel Verona หรือระดับเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : เวโรน่า – เกาะเวนิส

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณนําท่านสู่ จตุรัสเออร์เบ ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์, วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทาง ผ่านชม ความยิ่งใหญ่ภายนอกของ โรมัน อารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในสมัยโรมัน เพลิดเพลินกับการ ช้อปปิ้งสินค้า ที่ ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนม ที่มีให้ท่านได้เลือกอย่างมากมายตามอัธยาศัยบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า นำท่านชมอดีตบ้านของจูเลียต ปัจจุบันหน้าบ้านจูเลียตคือ ร้านArmani ชม ระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่างตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 27 ถนน แคปเปลโล (Cappello) ใน เมืองเวโรนา (Verona) บริเวณบ้านมีรูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกําแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกําแพงเดิม และยังมีบริการโทรศัพท์สําหรับคนที่ไม่ได้มากับคนรักให้ได้เซย์ฮัลโหลหากันว่าโทรมาจากบ้านจูเลียตแห่งนี้  นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส(VENICE)เมืองบนเกาะ เจ้าของฉายา ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติกและยังเป็นบ้านเกิดของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ มาร์โคโปโล นำท่าน ล่องเรือข้ามไปยังเกาะเวนิส ผ่านชมบรรดาบ้านเรือนของนครกลางน้ำแห่งนี้ มืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง

กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ กาะซานมาร์โคศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หรือล่องเรือกอนโดล่าชมความสวยงามของเกาะเวนิส  ได้เวลานัดหมายนำคณะลงเรือเดินทางกลับสู่ฝั่งที่ ท่าเรือตรอนเชโต้

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร สปาเก็ตตี้เส้นดำ + พิซซ่าต้นตำรับ

ที่พัก Delfino Venice Mestre หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : เวนิส – ฟลอเรนซ์ – หอเอนปิซ่า

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ ระหว่างทางให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามของสองข้างทางตลอดการเดินทาง เมืองฟลอเรนซ์ เมืองต้นตำรับแห่งศิลปะแบบเรเนอ-ซองส์และยังเป็นแหล่งกำเนิดของศิลปินระดับโลก นำท่านชม จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria)ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์ มีรูปแกะสลักแสดงอยู่มากมาย อาทิเช่น รูปแกะสลักเพอร์ซุส วีรบุรุษกรีกโบราณ, รูปแกะสลักเฮอร์คิวลิส, รูปแกะสลักเดวิด (จำลอง)สะพานเวคคิโอ (PONTE VECCHIO) สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของสะพานอยู่ที่มีสีเหลืองทองอร่ามบวก กับสองฟากของสะพานจะถูกสร้างเป็นตึกแถว ซึ่งถูกใช้เป็นร้านขายของ บริเวณนี้กล่าวได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้งของฟลอเรนซ์ มีทั้งร้านค้าเป็นห้องๆ และแบบรถเข็น นำชม โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลฟิโอเร (BASILICA DI SANTA MARIA DEL FIORE)โบสถ์ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ออกแบบโดยฟิลิปโป บรูเนลเลสกี ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู สัญลักษณ์ของเมืองฟลอเรนซ์

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของประเทศอิตาลี นำท่านถ่ายรูปกับ หอเอนเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เมืองปีซา   ประเทศอิตาลี  เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสูง 181 ฟุต เริ่มสร้าง  เมื่อค.ศ.1174 แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อก่อสร้างไปได้ประมาณ 4-5 ชั้น เนื่องจากพื้นดินใต้อาคารเริ่มยุบลงจากการที่รากฐานของอาคารไม่มั่นคงพออย่างไรก็ตามต่อมาได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.1350ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของโครงสร้างด้านบนไปจากแผนผังเดิมเพื่อถ่วงดุลกับการเอียงของหอ โดยรวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น  176  ปี แต่ตัวหอก็ยังเอนไปจากแนวตั้งฉากถึง14ฟุตปัจจุบันนี้ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมข้างบนแล้ว   เนื่องจากว่าหอจะเอนลงเรื่อยๆ ซึ่งบรรดาวิศวกรกำลังหาทางที่จะหยุดยั้งการเอนและอนุรักษ์ให้มีสภาพเอียงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชมไปอีกนานๆ สำหรับหอเอนปิซานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก  ณ  ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก Hotel Galilei หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : ปิซ่า – THE MALL OUTLET – เซียน่า

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เมืองเลคควิโอ เป็นที่ตั้งของเดอะมอลล์เอ๊าเลท THE MALL OUTLET    ศูนย์รวมสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แว่นตา ของฝากของทีระลึกสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วโลกต่างมารวมกันที่นี่กว่า 150 ร้านค้า อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าราคาโปรโมชั่นที่แข่งกันลดราคาเอาใจนักท่องเที่ยวกันตามอัธยาศัย

เที่ยง          เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งอิสระอาหารกลางวัน ณ ศูนย์อาหารของเอ๊าเลท  

นำท่านสู่ เมืองเซียน่า หรือที่ชาวอิตาลีเรียกว่า ซิเอน่าเป็นอีกเมืองที่มีความสวยงามเปี่ยมไปด้วยมนต์สเน่ห์อีกเมืองของแคว้นทัสคานี เชียน่าเป็นเมืองค้าขายแข่งกับฟลอเรนซ์จนต้องมีหารทำสงคราวกันอยู่บ่อยครั้ง

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

ที่พัก Hotel Executive Siena หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : เซียน่า –กรุงโรม –นครรัฐวาติกัน –สนามกีฬาโคลอสเซียม

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

ให้ท่านได้ถ่ายรูปในย่านเมืองเก่าของเซียน่าหรือที่เรียกกันว่า เปียซซ่า เดล คัมโป ซึ่งเป็นลานกว้างรูปทรงคล้ายเปลือกหอยอยู่หน้าศาลาว่าการ โดยรอบจะเป็นร้านค้าและร้านอาหาร ที่ท่านจะประทับใจมิรู้ลืม ได้เวลานัดหมาย นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม   (ROME) เมืองหลวงของอิตาลี อยู่ในแคว้นลาซิโอเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน รัฐอิสระที่ปกครองตนเองเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่พำนักขององค์สันตะปาปาจอห์นพอลที่ 2 ที่มีการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชม รูปปั้นแกะสลัก “ เพียต้า ” ผลงานของ ไมเคิลแองเจโล  เสาพลับพลา ที่ออกแบบโดยเบอร์นินี และ ภาพเขียนสีเฟรสโก้ต่างๆ  ยอดโดมบารอคขนาดใหญ่ที่หาชมได้อยากในปัจจุบัน ล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมือง จากนั้นคณะแวะถ่ายรูปที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก     เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน จากนั้นให้ ท่านถ่ายภายคู่กับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ”

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

ที่พัก Black Hotel   หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : กรุงโรม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – วิหารแพนเธออน – กรุงเทพฯ

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านชม วิหารแพนเธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดยจักรพรรดิ์ เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ APOLLOพระอาทิตย์ DIANA พระจันทร์ MARS อังคาร  MERCURY พุธ JUPITER พฤหัส VENUS ศุกร์ SATURN เสาร์ ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลมและโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง ๔๓.๓ เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ ๗ เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันแคธอริค อุทิศแด่พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา นำท่านชมน้ำพุเทรวี่ เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกชื่อ “เทรวี่” นั้นมาจากคำว่า“ตรีวิอุม” หมายถึงพบกันของถนนสามสาย เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12 ได้มอบ  หมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งภายหลังการสิ้นพระชนม์สมเด็จสันตะปาปาที่ เออร์บัน ที่ 8ได้หยุดชะงักลง และดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30ปี ทางระบายน้ำ เวอร์โก้ บริเวณลานด้านหน้านั้นก่อสร้างมากว่า 2000ปี ครั้งสมัยโรมโบราณซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิออกัสตัส ซึ่ง ตรงเวลา 19 ปี ก่อนคริสตศักราช รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้น ได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล” ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน จากนั้นให้คณะได้ถ่ายรูปภาพคู่ บันไดสเปน เป็นบันไดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis  เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinità dei Monti เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ใช้สำหรับเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน บันไดสเปน นับว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีและ นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติให้ท่านได้อิสระหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆเพื่อเป็นการส่งท้าย ในบริเวณย่าน “ บันไดสเปน ”ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

16.40 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 132 / QR 834แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา     

  

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : กรุงเทพฯ

12.40 น.    เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 57555บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 11 – 18 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)