วันที่ 9 – 17 ก.ย. / 15 – 23 ก.ย. / 30 ก.ย. – 8 ต.ค. / 13 – 21 ต.ค. / 21 – 29 ต.ค. 2560 (วันหยุด ปิยมหาราช) / 31 ต.ค. – 8 พ.ย.

เยอรมัน เชค ออสเตรีย ฮังการี 9 วัน ขึ้นเขาซุกสปิตเซ่ + เข้าปราสาทนอยชวานสไตน์

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – มิวนิค

17.00 น.     พร้อมกัน ณ  สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 คาน์เตอร์ T ประตู 8 สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

21.05 น.     ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค โดยเที่ยวบินที่EK373 / EK053  แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ  ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต์

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิวนิค – ปราสาทนอยชวานชไตน์ – การ์มิช

08.35 น.     เดินทางถึงเมืองมิวนิคหลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้วจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูง

เที่ยง          รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) โดยรถบัสเล็ก ( หากช่วงที่หิมะตกหนักรถบัสจะหยุดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เนื่องด้วยเพื่อความปลอดภัยทางบริษัทฯ จะนำคณะเดินขึ้น-ลงปราสาท เนื่องจากเวลาหิมะตกทางจะลื่นและอันตราย ) นำท่านเข้าชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) และผู้ที่สิ้นพระชนม์ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีเงื่อนงำ สุขภาพจิตของพระองค์ในบั้นปลายอาจจะไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เป็นที่ยืนยันได้แน่นอนแต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีและนักเขียนดนตรีโอเปร่าคนสำคัญของเยอรมนี ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยการออกแบบของ คริสเตียน แยงค์ จากนั้นเดินทางสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เท่นเคียรเช่น เมืองพักตากอากาศเล็กๆทางใต้ของมิวนิค ตั้งอยู่กลางเทือกเขาแอลป์ เมืองแสนสวยในหุบเขาของเยอรมันใต้ บ้านเมืองสวยแบบบาวาเรียแท้ ตามผนังของตึกต่าง ๆ ยังเป็นรูปเขียนเรื่องราวในคริสต์ศาสนาที่น่าชมยิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาวและยังเป็นศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาฤดูหนาว ลานสเก็ตน้ำแข็ง และลู่แข่งสกีโอลิมปิก

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำเข้าที่พัก ณ  Mercure Hotel GarmischPartenkirchen หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : ยอดเขาซุกสปิตเซ่ –– จัตุรัสมาเรียนพลาส – มิวนิค

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองไอบ์เซ่ เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟขึ้นไปยังยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) เป็นยอดเขา ที่สูงที่สุดในเยอรมัน (Top of Germany) อิสระให้ท่านสัมผัสกับลานหิมะ และธารน้ำแข็ง จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าต่อไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาซุกสปิตเซ่ ณ ระดับความสูง 2,970 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในแต่ละปีจะมีนักท่องเทียวมาที่นี่ ราว 500,000 คน

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขา

บ่าย           นำท่านเดินทางสู่ใจกลางนครมิวนิค เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรปเมืองตั้งอยู่บนแม่น้ำอีซาร์ เหนือเทือกเขาแอลป์  นำท่านชมจัตุรัสมาเรียนพลาส ย่านใจกลางเมืองเก่าของมิวนิค ที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่าที่งดงามด้วยศิลปะโกธิค และวิหารแม่พระโบสถ์ใหญ่ที่มีโดมเป็นรูปทรงคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ณ ย่านถนนคนเดิน ซึ่งจะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำที่ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขาหมูเยอรมัน+เบียร์

นำเข้าที่พัก ณ Mercure Hotel Munchen Neuperlach Sud หรือระดับเดียวกัน 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : ซาลส์เบิร์ก –ฮัลล์ทัทท์ – เชสกี้ ครุมลอฟ

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมือง ซาลสเบิร์ก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 4 ในประเทศออสเตรีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐซาลซ์เบิร์ก เมืองเก่าของซาลทซ์บูกร์กและสถาปัตยกรรมบาโรกเป็นหนึ่งในใจกลางเมืองที่ถูกดูแลรักษาอย่างดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาเยอรมันด้วยกัน และได้รับการยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ.2540 ซาลซ์เบิร์กเป็นที่จดจำกันในฐานะที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์เมืองแห่งมนเสน่ห์ของเสียงดนตรี และเป็นบ้านเกิดของศิลปินเอก ของโลก โวฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท ถึงซาลส์เบิร์กให้ท่านได้ถ่ายรูปภายในสวนมิราเบล ที่เคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Sound of  Music จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำซาลซาค ไปยังย่านถนนคนเดิน นำท่านไปถ่ายรูปบ้านโมสาร์ท จากด้านนอก จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกของฝาก    

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์ทัทท์เมืองได้ชื่อว่าตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ฮัลล์ทัทท์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ทัทท์ (Lake Hallstatt) หรือ ฮัลล์ชตัทท์เทอร์ซี (Hallstatter See)  ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรียอิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศตามอัธยาศัย หรือท่านสามารถเข้าไปพิสูจน์ความกล้าที่ ไบน์เอาส์ หรือ โบน์เฮาส์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกตัวออกจากคริสตจักรภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกมากกว่า 1,200 กะโหลกส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตในศตวรรษที่ 18-19ได้เวลานัดหมายนำท่านออกเดินทางสู่เมืองมรดกโลก ชสกี้ครุมลอฟประเทศสาธารณรัฐเชคเป็นเมืองเก่าที่  แสนสวย และโรแมนติกตั้งอยู่ในวงล้อมของแม่น้ำวัตตาว่ามีปราสาทครุมลอฟซึ่งเป็นปราสาทที่มีการเปลี่ยนมือกันครอบครองจากหลายราชวงศ์ ในยุคกลาง อาทิ โรเซนเบิร์ก ชวาเซนเบิร์ก เอกเก้นเบิร์ก

ค่ำ             บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษสุดกับ เมนูปลาเทร้า

นำเข้าที่พัก ณ Hotel Bellevue Cesky Krumlov หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : เชสกี้ครุมลอฟ – ปราค – มหวิหารเซนต์วิตุส – สะพานชาลส์ – หอนาฬิกา ดาราศาสตร์ – จัตุรัสเมืองเก่า

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำคณะเดินชมบริเวณจุดชมวิวบริเวณระเบียงของปราสาทครุมลอฟมรดกโลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1250เป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากปราสาทปราก อยู่บนเนินเขาอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ภายในปราสาทแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ถึง 40 ห้อง ลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยานบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆเหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงปราค เมืองหลวงของสาธารณรัฐเชค

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำเข้าชมเขตปราสาทแห่งปราคซึ่งในยุคกลางที่ใหญ่ที่สุด และถือว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งเชค กษัตริย์แห่งราชวงศ์แฮบบิร์ก พระนางมาเรีย เทเรซ่า แห่งอาณาจักรออสเตรีย ชม วิหารเซนต์วิตุส จากด้านนอก ซึ่งเป็นมหาวิหารสไตล์ โกธิคที่ใหญ่ที่สุดของเชคตั้งชื่อเทิดทูนให้กับเซนต์วิตุส ปัจจุบันปราสาทปราคยังเป็นทำเนียบที่ทำการของประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเชคอีกด้วย และให้ท่านได้บันทึกภาพกรุงปราคทั้งเมือง ณ จุดชมวิวจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่กรุงปราค เมืองหลวงของประเทศสาธารรรัฐเชค จากนั้นนำท่านไปยังยังสะพานชาลส์ ซึ่งสะพานนี้จะนำท่านข้ามไปยังย่าน Old Town นำท่านชมย่าน Old Town เขตเมืองเก่าของกรุงปราค ชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ อนุสาวรีย์ยานฮุส ซึ่งอดีตเคยเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ชาลส์ ในยุคของกษัตริย์ ที่ 4 จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึกประจำถิ่นได้ ณ เขตเมืองเก่า สินค้าที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ เครื่องแก้วโบ  ฮีเมีย

ค่ำ             บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษกับเมนูขึ้นชื่อ เป็ดโบฮีเมี่ยน

นำเข้าที่พัก ณ  Hotel International Prague หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : ปราค – เวียนนา – ถนนคคาร์เนอร์

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย และในอดีตเป็นศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองแห่งดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวอีกมากมายที่ต่างพากันมาเยือนดินแดนอันแสนโรแมนติก เป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนายังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC)

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านผ่านชมความงามของอาคารสำคัญๆ อาทิ อาคารรัฐสภา โรงละครโอเปร่า  จากนั้นนำท่านเดินช้อปปิ้งย่านใจกลางเมืองบน ถนนคนเดินคาร์ทเนอร์สตราเซ่ ที่มีร้านค้านานาชนิด ของแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายยี่ห้อ และยังเป็นที่ตั้งของ วิหารเซนต์สตีฟาน ซึ่งเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเวียนนา

ค่ำ             รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

นำเข้าที่พัก ณ Kavalier หรือระดับเดียวกัน 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : เวียนนา – พระราชวังเชิร์นบรุน – บูดาเปสต์ – ป้อมปราการ ฟิชเชอร์แมนบาสเตียน

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในพระราชวังเชรินน์บรุนน์  พระราชวังฤดูร้อนแห่งราชวงศ์ฮับสเบิร์กที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระราชวังใดในยุโรปที่มีการตกแต่งห้องด้วยศิลปะในหลายรูปแบบทั้ง  บารอค, รอคโคโค หรือศิลปะประยุกต์จากทางเอเซีย

เที่ยง          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           นำท่านออกเดินทางสู่กรุงบูดาเปสต์นำท่านเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง คาสเซิลฮิลล์ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถาน ซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ชม ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ. 1241-1242 ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองที่สวยที่สุด สามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้แบบพาโนราม่า มองเห็นสะพานโซ่ และอาคารรัฐสภาฮังการี่ริมแม่น้ำดานูบที่งดงามตรึงตา ประทับใจกับการที่ได้มาเยือน “บูดาเปสต์” นครหลวงอันงดงามแห่งสาธารณรัฐฮังการี บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์แมทเทียส เป็นโบสถ์ใหญ่เก่าแก่อายุ 700 ปี ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบถส์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์แมทเทียส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฮังการี เมื่ออดีตโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีเถลิงราชสมบัติของกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ในช่วงที่ฮังการีถูกรุกรานจากกองทัพเติร์ก สมบัติส่วนใหญ่ถูกขนออกไปและถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นมัสยิส หลักของเมืองภายใต้การปกครองของตุรกีในปี ค.ศ. 1541 และในช่วงสงครามขับไล่กองทัพเติร์ก โบสถ์แมนเทียสได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก กระทั่งเมื่อสงครามสงบลงจึงมีการบูรณะโบสถ์แมทเทียสให้กลับมายิ่งใหญ่และงดงามดังเดิม มีหลังคาสลับสีอันสวยงามตามสไตล์นีโอ-โกธิก ส่วนด้านโบสถ์ประดับประดาไปด้วยภาพเขียนสี และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาที่แสนงดงาม และยังมี อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกย่าร์ ตั้งเด่นเป็นสง่าให้ได้ชมกันเป็นอนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่11 นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือ แม่น้ำดานูบแม่น้ำสายโรแมนติก มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติตลอดจนอาคารบ้านเรือน และความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบ ณ กรุงบูดาเปสต์ โดยเฉพาะ อาคารรัฐสภาฮังการี ถือว่าสัญลักษณ์ของฮังการี อาคารรัฐสภาตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก เพราะตัวอาคารมีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิกที่ดูคลาสสิคด้วย หลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1885 และใช้เวลากว่า 20 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ โดยรูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากอาคารรัฐสภาแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักร

ค่ำ             รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร ลิ้มลองซุปกูราซ เข้มข้นที่มีสีแดงสดของพริกปาปริก้า

นำเข้าที่พัก ณ Mercure Buda Hotel หรือระดับเดียวกัน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : บูดาเปสต์ – จตุรัสฮีโร สแคว์ – กรุงเทพฯ

เช้า            บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม จัตุรัสวีรบุรุษ สถานที่แห่งนี้เป็นลานโล่งกว้างขนาดใหญ่ ที่มีอนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานฮีโร่แควร์   อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งอาณาจักรฮังการีครบรอบ 1,000 ปี เสาสูงตระหง่านของอนุสาวรีย์ เป็นที่ตั้งของรูปหล่อเทวทูตกาเบรียล อันเป็นสัญลักษณ์  ของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่เป็นดั่งหลักของอาณาจักรฮังการี รอบเสาสูงเป็นที่ตั้งของรูปหล่อผู้นำของชนเผ่าทั้ง 7 ที่ร่วมกันก่  อตั้งอาณาจักรฮังการี่ขึ้นเมื่อริศตวรรษที่ 9 จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินกรุงบูดาเปสต์ เพื่อเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ

16.00 น.     คณะออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 112 / EK 376 แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ  ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต์

โปรแกรมเดินทางวันที่ 9 : กรุงเทพมหานคร

12.50 น.       คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 61900บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 9 – 17 ก.ย. / 15 – 23 ก.ย. / 30 ก.ย. – 8 ต.ค. / 13 – 21 ต.ค. / 21 – 29 ต.ค. 2560 (วันหยุด ปิยมหาราช) / 31 ต.ค. – 8 พ.ย.