วันที่ 20 – 27 ก.ย.
วันที่ 11 – 18 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)

อิตาลี ฝรั่งเศสตอนใต้ 8 วัน เที่ยว ชิงเคว เตเร่ หมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – มิลาน (อิตาลี)

17.00 น.       คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ P สายการบินการ์ต้าแอร์เวย์  QATAR AIRWAY  สายการบินระดับ 5 ดาว โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทคอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.55 น.       ออกเดินทางสู่ มิลาน QR 833 / QR 123 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิลาน – มองติการ์โล(โมนาโก) – มหาวิหารโมนาโก – นีซ (ฝรั่งเศส)

07.15 น.     เดินทางถึง สนามบินมาลเพนซ่า – มิลาน หรือ มิลาโน่ เมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น, ศิลปะ และเครื่องหนังที่สำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก, ปารีส และลอนดอน หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรปพร้อมคนขับผู้ชำนาญเส้นทางนำท่าน ออกเดินทางสู่ โมนาโก หรือ ราชรัฐโมนาโก เจ้าของฉายาไมอามี่แห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นนครรัฐในยุโรปตะวันตกทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เป็นประเทศเอกราชขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากนครรัฐวาติกัน  มีพื้นที่ 1.95 ตารางกิโลเมตร มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก ส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส เพราะเคยอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 และได้แยกตัวเป็นอิสระภายหลัง มีรายได้หลักจากแหล่งท่องเที่ยว, สถานบันเทิง, คาสิโน และการแข่งรถ ฟอร์มูล่าวัน กรองปรีซ์ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และยังเป็นเมืองตากอากาศของบุคคลสำคัญทั่วโลก

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย       นำท่านเที่ยวชม มองติการ์โล เมืองหลวงของนครรัฐแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขากับทะเลสวย และเป็นแหล่งคาสิโนชื่อดังที่มีความหรูหรา และงดงาม ซึ่งบรรดาเศรษฐีนิยมมาเที่ยวและเป็นอีกจุดที่สร้างรายได้ให้กับโมนาโกอย่างมาก มีเรือยอทช์หรูจอดเรียงรายเต็มท่าเรือ ณ บริเวณเขตเมืองเก่าโมนาโก วิลล์ นำท่านชม มหาวิหารโมนาโก ที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษก  สมรสของเจ้าหญิงเกรซ-เคลลีแห่งโมนาโก สตรีผู้สูงศักดิ์ที่ชีวิตเปรียบเสมือนเทพนิยาย จากหญิงสาวธรรมดาที่โชคชะตาพลิกผันให้เป็นเจ้าหญิงในราชวัง วันนี้เธอเป็นตำนานที่ไม่ใช่เพียงเจ้าหญิงผู้เลอโฉม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนีซ เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของฝรั่งเศสในแคว้นที่ชื่อว่า โพรวองซ์-แอลป์-โค้ต-ดาซูร์ ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชายหาดหินที่สวยงามระหว่างเมืองมาร์แซย์ของฝรั่งเศสกับเมืองเจนัวของอิตาลี มีประชากรอยู่ 347,060 คน เป็นเมืองชั้นนำของรีสอร์ตแถบเฟรนช์ริเวียร่า มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น หมู่บ้านที่เป็นป้อมปราการ, โบสถ์หลายสไตล์, บริเวณท่าเรือยอร์ช, พิพิธภัณฑ์ และอาร์ตแกเลอรี่, สวนสัตว์, การแสดงของสัตว์น้ำ, สวนสาธารณะ, ถนนสวยงาม, สถานที่มีตึกสวยๆ เป็นต้น นำท่านผ่านชมเมืองนีซในส่วนที่เป็นความสวยงามของอาคารบ้านเรือนที่ติดริมทะเลและย่านถนนที่เรียกว่า พร็อมเมอนาดเดซ์อ็องเกลส์ ฝั่งน้ำสีครามและเมืองรีสอร์ทที่มีความแตกต่างในเรื่องค่าครองชีพที่แพงจากผู้คนที่มีกำลังซื้อมาอาศัยที่เมืองนีซ ด้วยอากาศที่อบอุ่นจากแสงอาทิตย์มากเป็นพิเศษนั่นเอง ผู้รักการอาบแดดและถือเป็นแฟชั่นคนรวยที่ทำอย่างไรให้สีผิว เป็นสีน้ำตาลหรือเพื่อเรือนร่างมีร่องรอยของการเผาของแดดริมทะเล นี่คือแฟชั่น ค่านิยมของชาวเมืองนีซ 

ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก 

พักค้างคืน ณ   Park Inn Nice by Radisson หรือเทียบเท่า 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : เซนต์ปอลเดอวองซ์ – คานส์ – กราส – นิช

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านไปชม หมู่บ้านเซนต์ปอลเดอวองซ์ อันเป็นเมืองโบราณที่สร้างด้วยหินล้อมรอบด้วยกำแพงเมือง ตั้งอยู่บนเนินสูงที่มองเห็นชายหาดริเวียร่า เสน่ห์อันจับใจของทัศนียภาพเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าศิลปินหลั่งไหลมา ดินแดนแห่งนี้เห็นได้จากรอยจารึกชื่อหรือผลงานของศิลปินอันโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนหรือรูปปั้นแกะสลัก อิสระให้ท่านเดินเล่นในตรอกแคบๆ ของหมู่บ้านมีร้านขายงานศิลปะและของที่ระลึกเรียงรายงดงามราวกับภาพวาด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกราส เพื่อให้ท่านได้เข้าชม โรงงานผลิตน้ำหอม ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ชมกระบวนการผลิตน้ำหอมด้วยการสกัด และการกลั่นตลอดจนห้องจัดนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของการผลิตน้ำหอม และคอลเล็กชั่นขวดน้ำหอมต่างๆ เมืองกราสหรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองหลวงแห่งโลกน้ำหอม” การผลิตน้ำหอมทั้งหลายส่วนใหญ่เริ่มต้นที่นี่ โรงงานผลิตน้ำหอมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเปิดให้ท่านได้ชมเรื่องราว และขั้นตอนการผลิต  ออกเดินทางสู่เมืองคานส์ อีกเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งมีอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดตลอดทั้งปี จึงเป็นเมืองตากอากาศที่ผู้คนนิยมกันมากที่สุด และยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอีกด้วย

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        นำท่านชื่นชมกับบรรยากาศความงามของเมืองแห่งเทศกาลหนังนานาชาติ ที่จัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี หากใครที่คลั่งไคล้ดาราแล้วละก็พลาดไม่ได้ที่กับการวัดรอยมือดาราคนโปรดที่หน้า ปาเล่ เด เฟส ติวาล ที่เหล่าดาราชื่อดังทั้งหลายได้ประทับรอยมือไว้ให้เป็นที่ระลึก เมืองคานส์ยังเต็มไปด้วยโรงแรมหรูหราริมชายหาดริเวียร่า และถนนที่ทอดยาวริมชายหาดที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลา พร็อมเมอนาด เดอ ลา ครัวเซทนอกจากนี้ยังมีท่าจอดเรือยอร์ช ของบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายด้วย อิสระให้ท่านได้เพลินกับการช้อปปิ่ง สินค้าแบรนด์เนมมากมายหลายยี่ห้อ อิทิเช่น หลุยส์ วิคตอง พราดา โรเล็กซ์ ฯลฯ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนิซ

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง) หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ   Park Inn Nice by Radisson หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : นิช – เจนัว-ลิกูเรีย – ซานตา มาเกอร์ริตา – โปโตฟิโน – เจนัว

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                   นำท่านเดินทางผ่านเส้นทางอันแสนสวยข้ามพรมแดนจากฝรั่งเศสสู่เมืองเจนัว แคว้นลิกูเรีย ของประเทศอิตาลี  มีอาณาเขตส่วนใหญ่ติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน  ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เป็นแคว้นที่มีพื้นที่น้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศโดยมีเมืองหลวงคือเจนัว แคว้นลิกูเรียเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีชายหาดที่สวยงาม มีเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งอยู่มากมาย เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศอันดับต้น ๆ ของโลก และบางแห่งมีคุณค่าจนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    จากนั้นนำท่านสู่ดินแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เมือง ซานตา มาเกอร์ริต้า ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน เดินทางไม่ไกลจากเมืองเจนัวมากนัก เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ของแคว้นนี้ด้วยอาคารบ้านเรือนแบบอาร์ต นูโวที่ตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาด แดง เหลือง ชมพู ดูมีชีวิตชีวา หรือจะเป็นวิลล่าต่าง ๆ ที่สร้างอยู่บนเนินเขาที่รายล้อมเมืองนี้พร้อมกันนี้ยังมีชายหาดที่สวยงาม ท่าเรือยอร์ชของบรรดาเศรษฐีจากทั่วทุกมุมโลก โรงแรมหรู รีสอร์ทหรือร้านค้าสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ก็มีให้บริการ   ได้เวลานัดหมายนำท่านสู่เมืองปอร์โตฟิโน ฉายาราชินีแห่งเมดิเตอร์เรเนียน อดีตเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดของอิตาลี ด้วยความสวยงามของภูมิประเทศ ชายหาดที่สวยงาม และอากาศที่เย็นสบายตลอดปี บ้านเรือนสร้างขึ้นตามเนินเขาริมชายฝั่งด้วยสีสันอันสวยงาม บางช่วงเป็นท่าเทียบเรือยอร์ชที่ดูหรูหรา ถือได้ว่าเป็นอีกเมืองที่น่าเดินทางมาพักผ่อนยิ่งนัก จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นในตัวเมืองเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกพร้อมเก็บภาพความประทับใจกันตามอัธยาศัย ได้เวลานัดหมาย   นำท่านเดินทางไปยัง เมืองเจนัว บ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ค้นพบทวีปอเมริกา เป็นเมืองท่าพาณิชย์สำคัญของอิตาลี มีอายุกว่าแก่กว่าสองพันปี ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของอิตาลีได้แก่ เฟียต, อัลฟ่าโรมีโอ, แลนเซีย มีตึกเก่าสมัยโรมันย้อนยุค อาคารบ้านเรือนที่ค่อนข้างแออัด บริเวณอ่าวเจนัวเป็นที่ทอดไว้ด้วยเรือสำราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาว เรือโบราณจำลองขนาดยักษ์ และมีประภาคารสูงตระหง่าน กลางเมืองที่นี่มี น้ำพุจัตุรัสเฟอรารี่ ที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกัน จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารซานลอเรนโซ่ (St. Lawrence Church)  สร้างขึ้นในแบบโรมาเนสก์ และโกธิก ราวศตวรรษที่ 14 เป็นโบสถ์ประจำตระกูลเมดิซิผู้ทรงอำนาจในอดีต

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ   mercure genova san biagio  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : เจนัว – เลวันโต – ซิงเกว เตเรว์ – ลาสปีเซีย – หอเอน ปิซ่า

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่านเดินทางสู่ มืองเลวันโต เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสวยงามของภูมิภาคลิกูเลีย ที่สำคัญเมืองนี้เป็นที่พำนักของขุนนางคนสำคัญตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน ทำให้มีวิลล่าสวย ๆ ตั้งเรียงรายอยู่บนเนินเขาพร้อมกันนี้ยังเป็นเมืองที่ปลูกต้นมะกอกคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีก็ว่าได้ จากนั้นนำท่านเปลี่ยนการเดินทางด้วยรถไฟสู่เส้นทางการท่องเที่ยวอันสุดแสนโรแมนติค เดินทางเช้าไปยังชิงเคว เตเร่ ซึ่งเป็นดินแดนทั้งห้าประกอบด้วยหมู่บ้านชาวประมงที่สร้างอยู่ริมฝั่งทะเล โดยเป็นหมู่บ้านทั้งห้าต่างสร้างอยู่บนหน้าผาริมชายฝั่ง บ้านเรือนต่าง ๆ มีการทาสีที่ฉูดฉาดสวยงามแปลกตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว   เป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งก่อตั้งมากว่า 1,300 ปีที่แล้ว ชิงเคว เตเร่ ตั้งอยู่ในเมืองลา สเปเซีย (La Spezia) แคว้นลิกูเรีย (Liguria) ซึ่งถือว่าเป็นแคว้นที่เป็นริเวียร่าของประเทศอิตาลีเลยก็ว่าได้  จากนั้นนำท่านชมความงามของ หมู่บ้านมานาโรล่า ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยและขึ้นชื่อ จากนั้นนำท่านไปบันทึกภาพความประทับใจ ณ  จุดชมวิวของหมู่บ้านมานาโรล่า ซึ่งจะมีหมู่อาคารที่มีสีสรรหลากหลายเฉดสีซึ่งสวยงามและน่าประทับใจยิ่งนัก อิสระให้ท่านได้เดินชมความสวยงามพร้อมเลือกซื้อของฝากของที่ระลึก

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง)

บ่าย       จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านริโอแมกจินยอเร หมู่บ้านสวยอีกหมู่บ้านหนึ่งของ ชิงเคว่เทเรตั้งอยู่ในโตรกของหน้าผาอาคารคารบ้านเรือนต่างๆ ที่มีสีสรรหลากหลายเฉดสีสวยงามและขึ้นชื่อในเรื่องไวน์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลาสปีเซีย เมืองใหญ่อันดับสองของแค้วนลิกูเลีย เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่ ด้วยพื้นที่ริมฝั่งทะเลที่เป็นอ่าวเหมาะสำหรับหลบพายุในช่วงที่คลื่นลมแรงทำให้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการเดินเรือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านความสวยงามของเมืองจนได้เวลานัดหมายนำท่านออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า ออกเดินทางสู่เมือง ปีซ่า ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ทางตะวันตกของแค้วนทัสคานี อดีตเมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก ที่มีชื่อเสียงของชาวโรมันช่วงศตวรรษที่ 11-13 บ้านเกิดของนักดาราศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ กาลิเลอิ  นำท่านนั่งรถบัสท้องถิ่นประจำเมืองเข้าสู่ ศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสแคมโป สถานที่ตั้งของ อาคารแบ็บติสตรีทรงกลม, มหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสก์และ หอระฆัง ที่เอนเอียงเพราะความผิดพลาดในการก่อสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่า หอเอนปีซ่า และนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย   หอเอนเมืองปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยหอเอนเมืองปิซ่ายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย ปัจจุบันนี้ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ   Hotel Galilei หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : ปิซ่า – เซียน่า – โรม

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านสู่ เมืองเซียน่า หรือที่ชาวอิตาลีเรียกว่า ซิเอน่าเป็นอีกเมืองที่มีความสวยงามเปี่ยมไปด้วยมนต์สเน่ห์อีกเมืองของแคว้นทัสคานี เชียน่าเป็นเมืองค้าขายแข่งกับฟลอเรนซ์จนต้องมีทหารทำสงครามกันอยู่บ่อยครั้ง

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปในย่านเมืองเก่าของเซียน่าหรือที่เรียกกันว่า เปียซซ่า เดล คัมโป ซึ่งเป็นลานกว้างรูปทรงคล้ายเปลือกหอยอยู่หน้าศาลาว่าการ นำท่านไปถ่ายด้านหน้า มหาวิหารลอแรนโซ่ มหาวิหารที่สำคัญที่สุดของเมืองเซียน่า โดยรอบจะเป็นร้านค้าและร้านอาหาร ที่ท่านจะประทับใจมิรู้ลืม ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางเข้าสู่  กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออกโรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่ กรุงโรม”

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ Best Western Tor Vergata หรือเทียบเท่า

 

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : นครวาติกัน – โคลอสเซียม – น้ำพรุเทรวี –วิหารแพนเธออน – บันไดสเปน – ช้อปปิ้ง – โรม – กรุงเทพ

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองเข้าสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระซึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสตจักรโลก นำท่านถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณด้านหน้าลานกว้างของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีทางเดินทางเดินครึ่งวงกลมสองด้านเป็นผลงานชิ้นเอกของเบอร์นินี่ จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารซึ่งมีขนาด  ใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งจุผู้คนได้ถึง 50,000 คน ซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น ปีเอต้า รูปแกะสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้บนตัก และ ยอดโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีภาพเขียนอันงดงามวิจิตรผลงานของศิลปินเอก ไมเคิล แองเจโล ตรงกลางมหาวิหารมี ศาลาคาโนปี ซึ่งเป็นแท่นบูชาในโบสถ์ออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารโดย เบอร์นินี่  สมควรแก่เวลานำท่านไปพบกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ โคลอสเซี่ยม สิ่งก่อสร้างงดงามซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรม เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 และทางด้านตะวันตกของโคลอสเซียมยังมี ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิคอนสแตนติน อิสระให้ท่านชมและถ่ายรูปที่ระลึกตามอัธยาศัยถึงเวลานัดหมายนำท่านนั่งรถผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ โรมันฟอรั่ม เข้าสู่ จัตุรัสเวเนเซีย ชม ระเบียงปาลาสโซ่ ที่กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี และ อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 หรือพระบิดาของชาวอิตาลี จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโรม ออกแบบก่อสร้างด้วยหินอ่อนตามสไตล์บารอกที่งดงามอลังการด้วยฝีมือของ นิโคลา ซัลเวีย ว่ากันว่าถ้ามาโรมแล้วไม้ได้เห็นน้ำพุเทรวี่ก็เท่ากับมาไม่ถึงโรม และเมื่อไปถึงแล้วก็ต้องโยนเหรียญไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเคล็ดว่าจะได้กลับมาเยือนโรมอีก

เที่ยง            **อิสระอาหารเที่ยง**

จากนั้นนำท่านชม วิหารแพนเธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดยจักรพรรดิ์ เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ APOLLOพระอาทิตย์ DIANA พระจันทร์ MARS อังคาร  MERCURY พุธ JUPITER พฤหัส VENUS ศุกร์ SATURN เสาร์ ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลมและโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง43.3  เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันแคธอริค อุทิศแด่พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนาสมควรแก่เวลานำท่านเดินเล่นที่ย่านบันไดสเปนแหล่งพักผ่อนของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียน เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ และเป็นแหล่ง      ช็อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลีและแบรนด์ดังจากทั่วโลกถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ สนามบินลีโอนาร์โด้ ดาวินชี่

22.40 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 114 / QR 832 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา     

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพ)

19.00 น.       เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 65555บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 20 – 27 ก.ย.
วันที่ 11 – 18 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)