วันที่ 29 ธ.ค. – 5 ม.ค. (วันหยุดปีใหม่)

เยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 8 วัน เข้าปราสาทโฮเฮนชวานเกา + ขึ้นเขาจุงฟราว

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ต

17.00 น.  คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.25 น.     ออกเดินทางสู่ แฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ QR 835/QR 069 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : แฟรงค์เฟิร์ต – ไฮเดลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – ฟุสเซ่น (เยอรมัน)

07.10 น.    คณะเดินทางถึงสนามบินนครแฟรงค์เฟิร์ต หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลการกรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ตัวเมือง  แฟรงค์เฟิร์ต เมืองศูนย์กลางทาง การเงิน การธนาคาร และธุรกิจ ของประเทศเยอรนี  จากนั้นนำท่านไปยังบริเวณ จัตุรัสโรเมอร์ อาคารโรเมอร์ หรือศาลากลาง ของนครแฟรงค์เฟิร์ต วิหารเซนต์พอล ซึ่งใช้เป็นอาคารรัฐสภาของ นครแฟรงค์เฟิร์ตและอีกทั้งยังเป็น อาหารรัฐสภาแห่งแรก ของประเทศเยอรมนี  วิหารเซนต์ บาโทโลมิว ซึ่งเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ ของนครแฟรงค์เฟิร์ต  จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากเมืองหนึ่งของรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ด้วยบรรยากาศอันแสนโรแมนติก เสน่ห์ของตัวเมืองเก่าสตไล์บาโรก รวมไปถึ  งปราสาทโบราณที่มีความงดงาม นั่นจึงทำให้เมืองไฮเดลเบิร์กได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชม เมืองเก่าริมแม่น้ำเนคก้าร์ (NECKAR) บริเวณสะพานเก่าที่มีชื่อเสียงของเมืองที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมือง และปราสาทเก่าที่ตั้งอยู่บนเขาได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเข้าชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก มีถังไวน์เก่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดย่อมที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองไฮเดลเบิร์กได้อย่างสวยงาม ได้เวลานัดหมายนําคณะออกเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น ปลายสุดของเส้นทางถนนสายโรแมนติกอันโด่งดังของประเทศเยอรมนี Romantic Road เป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยม ในประเทศเยอรมัน อยู่ในแคว้นบาวาเรีย

 ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

พักค้างคืน ณ Euro Park Hotel หรือเทียบเท่า (คืนที่1)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : โฮเฮนชวานเกา – ปราสาทโฮเฮนชวานเกา – อินส์บรุค – วังหลังคาทองคำ (ออสเตรีย)

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย ผ่านเส้นทางสายที่มีทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติค ท่ามกลางธรรมชาติของเขาสูงนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทเข้าชมความสวยงามของปราสาทโฮเฮนชวานเกา ซึ่งตัวปราสาทสร้างต่อเติมจากป้อม ชวานเกา ซึ่งเป็นป้อมอัศวิน ในศตวรรษที่ 12 ต่อมาราวๆ ศตวรรษที่ 16 ระบบอัศวินได้เสื่อมสลายลง ป้อมนี้จึงถูกทิ้งร้างเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ.1832 พระเจ้าแม็กซิมิเลี่ยน ที่ 2 กษัตริย์ แห่งบาวาเรีย ทรงซื้อปราสาทนี้เนื่องจากทำเลที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้สวยงาม เนื่องจากที่ทำเลที่ตั้งของปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาที่ไม่สูงมากนัก จากนั้นพระองค์ท่านทรงได้ต่อเติมเพิ่มให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น และทรงใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นที่ประทับในการล่าสัตว์ และปราสาทแห่งนี้พระเจ้าลุควิคที่ 2 กษัตริย์พระโอรสและเป็นกษัตริย์ บาวาเรียองค์ต่อมา พระองค์ท่านทรงเคยมาประทับ ณ ปราสาทแห่งนี้อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับพระเจ้าลุดวิคที่ 2 ในการสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ อีกด้วย จากนั้นนำท่านเข้าชมห้องต่างๆ ภายในปราสาท ซึ่งท่านจะได้ชมความหรูหราอลังการของการตกแต่งประดับประดาห้องต่างๆ ตามรสนิยมของพระเจ้า แม็กซิมิเลียน ที่ 2 และพระเจ้าลุควิค ที่ 2

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ระหว่างทางพักผ่อนตามอัธยาศัยเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของสองข้างทางจากนั้นนำท่านชมความร่มรื่นขอ สวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น  ถ่ายรูปกับ วังหลังคาทองคำ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรุค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian ทรงปรับเปลี่ยนโกลเด้นรูฟให้เป็นสไตล์โกธิกผสมบาโร้ก และได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น เพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้านหน้าที่ประทับ ปัจจุบันโกลเด้นรูฟกลายเป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ เสาสูงอนาซอล จากนั้นให้ท่านได้ช้อปปิ้ง เครื่องแก้วคริสตัน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของออสเตรีย ให้ท่านถ่ายรูปบริเวณ River Inn

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Ramada Innsbruck Tivoli  หรือเทียบเท่า (คืนที่2)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : ลูเซิร์น – สะพานไม้ชาเปล – ชม อนุสาวรีย์สิงโต – อินเทอร์ลาเค่น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐนําท่าน ชม  อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นสะพาน  ไม้ที่เก่าแก่มีอายุ หลายร้อยปี  อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง(ไม่ใช่วิ่งชมเมือง) หรือ  ช้อปปิ้ง นาฬิกาสวิสฯ   อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้น ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางโดยรถโค้ช สู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ, สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยา  กาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร (ฟองดู ต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์)

พักค้างคืน ณ  CITY oberland หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : พิชิตยอดเขาจุงเฟรา – สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป – ถ้ำน้ำแข็ง 1000ปี – ดิจอง (ฝรั่งเศส)

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงฟราวบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง1,000 ปี ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย

เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวันเมนูที่ดีที่สุด ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา

ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขา โดยเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่งเพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้ซ้ำทางเดิมผ่านเมืองเวนเก้น เมืองที่สร้างบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความสวยงามมากจนยากที่จะลืม  แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็คซึ่งบริเวณสถานีนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่5 เคยเสด็จมาแล้ว  จนกระทั่งถึงเมืองเลาเท่นบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN) จากนั้นออกเดินทางโดยรถโค้ชข้ามพรมแดนของ สวิสเซอร์แลนด์- ฝรั่งเศส เดินทางผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่สู่เขตแคว้นเบอร์กันดี ที่มีการปลูกต้นมาสต้าเพื่อนำมาผลิตมาเป็น มัสตาร์ด อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีของประเทศฝรั่งเศส เดินทางเข้าสู่ เมืองดีจอง ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งที่สวยงามของประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดีชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(อาหารพื้นเมือง สไตล์ฝรั่งเศส )

ã พักค้างคืน ณ Oceania Le Jura หรือเทียบเท่า (คืนที่ 5)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : แวร์ซายส์ – ล่องเรือบาโตมุช – อาหารพื้นเมืองหอยเอสคาโก้อบเนยในร้านสุดหรู (ฝรั่งเศส)

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยุ่บนแม่น้ำแซนน์ บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีส มหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น  ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทุ่งดอกเรบซีด,ไร่องุ่น

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซายส์ อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้องข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ นครปารีส นครหลวงของฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซน นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบาตามูซ เพื่อล่องเรือแม่น้ำแซนน์ ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือ ชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารี  สได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม หรือโบสถ์นอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนะโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และทำให้ให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลกงดงามที่สุดแ  ห่งหนึ่งของโลก (ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)

ค่ำ          รับประทานอาหารแบบพื้นเมืองฝรั่งเศส (เมนู หอยเอสคาโก้อบเนย ,ท่านสามารถ เลือก สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส 1 อย่าง อาทิเนื้อหมู/เนื้อวัว/เป็ดอบซอส/ปลา  พร้อมจิบไวน์ฝรั่งเศส ตบท้ายด้วยของหวาน )

พักค้างคืน ณ Holiday Inn Paris Porte de Clichy เทียบเท่า (คืนที่ 5)

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : ประตูชัย – หอไอเฟล – พีระมิตแก้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ – ช้อปปิ้งแกลลารี่ ลาฟาแยตต์ – กรุงเทพฯ

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านไปชมประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ก่อนนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่งถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกผ่านชม จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยตินซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1789  นำท่านถ่ายภาพกับ หอไอเฟล สัญลักษณ์ของนครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต กันอย่างจุใจจากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ร้านปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand  Name จากฝรั่งเศส  ให้ท่านถ่ายรูป พีระมิตแก้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลลารี่ลาฟาแยตต์ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช็อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมากได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกล เพื่อทำการเช็คอิน และทำ TAX REFUND

22.40 น.    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ QR 038 / QR 832 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา     

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : กรุงเทพฯ

19.00 น.        คณะเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 79555บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 29 ธ.ค. – 5 ม.ค. (วันหยุดปีใหม่)