วันที่ 30 ธ.ค. – 6 ม.ค. (เทศกาลปีใหม่)

เที่ยวครบสูตร ท่องเหนือจรดใต้

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – มิลาน ( อิตาลี)

17.30 น.       คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 เคาน์เตอร์ P สายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ QR เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

19.40 น.        ออกเดินทางสู่ มิลานโดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์สายการบินระดับ 5 ดาว ด้วยเที่ยวบินที่ QR981 ( 19.40 น. – 22.50 น. ) / QR123  ( 01.15 น. – 06.35 น. ) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา ประเทศการ์ต้า ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิลาน – มหาวิหารแห่งมิลาน –วิตโตรีโอ เอมานูเอล– เวโรน่า – บ้านโรมิโอ&จูเลียต – เวนิส

06.35 น.     เดินทางถึง สนามบินมาลเพนซ่ามิลาน หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลการเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป นำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมือง นำท่านชม มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่า  ดูโอโม่ ชื่อนี้ไว้ใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง แทบจะมีดูโอโม่ทุกเมืองที่สำคัญๆ เลย เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของคนในเมือง ดูโอโม่ที่เมืองนี้สร้างในสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับ 2 รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน มหาวิหารแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1386 แต่มาแล้วเสร็จ 400 กว่าปีหลังจากนั้น คือในปี ค.ศ.1813 ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเล่นว่า มหาวิหารเม่น มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่าง ๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูปยอดที่สูงที่สุดประดับด้วยรูปสลักพระแม่มาเรียสูง 4 เมตร หุ้มด้วยทองคำทั้งองค์ มีชื่อเรียกว่า มาดอนนิน่า ภายในมหาวิหารดูเรียบง่าย แต่โอ่อ่ากว้างขวาง ตามแบบโกธิก ด้านหน้ามหาวิหารจะเป็นลานกว้าง เรียกว่า ปิอาซซ่า เดล ดูโอโม เป็นศูนย์กลาง เป็นแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย ด้านข้างของจัตุรัสหน้าดูโอโมทางทิศเหนือ จะเห็นทางเข้า แกลเลอเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าที่หรูหราอลังการแห่งเมืองมิลาน ให้ท่านอิสระในการ ช็อปปิ้งภายในห้างเป็นโดมแก้ว มีห้างร้านต่าง ๆ มากมาย  คล้ายกับอีกแห่งที่เมืองเนเปิลส์ ทะลุออกมาอีกด้านจะเจอโรงอุปรากรชื่อก้องโลก ลา สกาล่า แห่งเมืองมิลาน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1776-1778 ด้านหน้าลานสกาล่า เรียกว่า ปิอาซซ่า เดลลา สกาล่า มีรูปปั้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของโลก คือลีโอนาร์โด ดาวินชี่

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    

บ่าย             ออกเดินทางสู่ เวโรน่า เป็นเมืองที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับสองในแคว้นเวเนโต้ รองจากเวนิส เวโรน่าได้รับสมญานามว่า "LITTLE ROMAN" เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์ และที่ทำให้เมืองเวโรน่าเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปนั้น เป็นเพราะเหตุการณ์ต่างๆ ในบทละครเรื่องโรมิโอกับจูเลียตของเช็คสเปียร์ล้วนเกิดขึ้นในเมืองหนึ่งของอิตาลีที่ชื่อว่าเวโรนา นำท่านชมบ้านโรมิโอ&จูเลียต ระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่สมุมติเป็นฉากที่จูเลียตเคยยืนอยู่โดยมีโรมิโอ มาคอยเฝ้าขอความรักอยู่ด้านล่าง ซึ่งหน้าบ้านจูเลียตปัจจุบันคือร้าน Armani ว่ากันว่าใครอยากสมหวัง ในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของรูปปั้นจูเลียต นอกจากนี้ภายในบริเวณกำแพงบ้านจูเลียตยังมีการเขียนแสดงความรักกันมากมายจนแทบไม่เห็นสีกำแพงเดิม ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่  เวนิส เมืองหลวงแห่งแคว้นเวเนโต้ เจ้าของฉายา ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก เวนิส หรือ เวเนเซีย จุดหมายปลางทางสุดโรแมนติก แห่งแคว้นเวเนโต ประเทศ อิตาลี ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวน 118 เกาะ เข้าด้วยกันในบริเวณ ทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริกในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้ เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามาก  มาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้ เวนิส เป็นหนึ่งในเมือง มรดโลก

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ   Delfino Venice Mestre  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : เกาะเวนิส – ฟลอเรนซ์ – ดูโอโม่แห่งฟลอเรนซ์ – รูปแกะสลักเดวิด – ปีซ่า

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางไปยัง ท่าเรือ ตรอนเชโต้ จากนั้นลงเรือเหมาลำส่วนตัวเดินทางสู่ เกาะเวนิส เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก“เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” เป็นเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือซานมาร์โก (เซนต์มาร์ก) จากนั้นนำท่านเดินเท้าไปยัง จัตุรัสซานมาร์โก อันเป็นศูนย์กลางของนครเวนิส ผ่านชม สะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง พระราชวังดอจ กับ เรือนจำโบราณ อันเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคนั้นอีกด้วย ชม โบสถ์เซนต์มาร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์และอาคารรายระเบียง สำหรับนักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนหย่อนใจกับร้านกาแฟชื่อดังหรือเลือกช็อปปิ้งสินค้าของเวนิสตามร้านรวงต่างๆ อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบและคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  ถึงเวลานัดหมายคณะพร้อมกันที่จุดนัดหมาย จากนั้นนำท่านลงเรือเดินทางเดินทางกลับสู่ท่าเรือตรอนเชโต้

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ ฟลอเรนซ์ เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับประวัติศาสตร์ของยุโรปเพราะเป็นแหล่งกำเนิดศิลปะ วัฒนธรรมเรอเนสซองส์ และเป็นเมืองที่ไม่อนุญาตให้รถโค้ชเข้าไปในเขตเมืองเก่า นำชม มหาวิหารซานตามาเรียเดลฟิโอเร่ หรือ ดูโอโม่แห่งฟลอเรนซ์ เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากด้วยการใช้หินอ่อนสีชมพู ขาวและเขียวในการก่อสร้างข้างๆ มหาวิหารมีหอระฆังสูง ออกแบบตกแต่งด้วยหอนอ่อนสามสีเช่นเดียวกับมหาวิหาร จัตุรัสเดลลา ซินญอเรีย บริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองมาก่อน และเดิมเป็นที่ตั้ง รูปแกะสลักเดวิด ของแท้ผลงานของไมเคิลแองเจโลอันลือชื่อ แต่ในปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะอะคาเดมี อีกด้านหนึ่งของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อุฟฟิชี ที่นี่คือสถานที่เก็บงานฝีมือศิลปินเอกอิตาเลียนในสกุลช่างฟลอเรนซ์ที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก และบริเวณสุดถนนริมแม่น้ำท่านจะได้เห็น สะพานเวค คิโอ สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนที่เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ที่รอดพ้นการทิ้งระเบิดของพวกนาซี 

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Hotel Galilei    หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : หอเอนปิซ่า – THE MALL OUTLET – เฟียโนโรมาโน

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านนั่งรถบัสท้องถิ่นประจำเมืองเข้าสู่ ศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสแคมโป สถานที่ตั้งของ อาคารแบ็บติสตรีทรงกลม, มหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสก์และหอระฆัง ที่เอนเอียงเพราะความผิดพลาดในการก่อสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่าหอเอนปีซ่า และนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย   หอเอนเมืองปิซา ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยหอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย ปัจจุบันนี้ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ เมืองเลคควิโอ เป็นที่ตั้งของ เดอะมอลล์  เอ้าท์เลท THE MALL OUTLET    ศูนย์รวมสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แว่นตา ของฝากของทีระลึกสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วโลกต่างมารวมกันที่นี่กว่า 150 ร้านค้า อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าราคาโปรโมชั่นที่แข่งกันลดราคาเอาใจนักท่องเที่ยวกันตามอัธยาศัย

เที่ยง      เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งอิสระอาหารกลางวัน ณ ศูนย์อาหารของเอ้าท์เลท   

บ่าย        ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองเฟียโนโรมาโน เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตอนแหนือของกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน Best Western  ณ หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : โรม – เนเปิลส์ – เปียสซา เดล เพิลบิสซิโต

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางต่อไปยัง เนเปิลส์ซึ่งตั้งอยู่หน้าอ่าวเนเปิลส์เป็นเมืองท่าสำคัญทางภาคใต้ของอิตาลี  เดิมเคยเป็นเมืองอาณานิคมของกรีกโบราณชื่อว่านีอาโปลิส ซึ่งแปลว่าเมืองใหม่ ต่อมาชาวโรมันใช้เป็นเมืองตากอากาศเพราะมีอากาศอบอุ่น  ชาวอิตาลี  ปัจจุบันเรียกเมืองเนเปิลส์ว่านาโปลี  เป็นเมืองท่าสำคัญในการไปยังเมืองอื่นๆ ทางภาคใต้ของอิตาลี เช่น ปอมเปอี ซอร์เรนโต้ คาปรี หรือเกาะซิซีลี ถือได้ว่าเมืองนาโปลีนั้นเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอิตาลีและเมืองท่าเรือที่สำคัญทางตอนใต้ อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญอีกด้วย

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย          นำท่านชมความงามของ เมืองเนเปิลส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ (Naples Bay) กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟสองแห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียส และกัมปีเฟลเกรย์ และยังเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลี มาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เมืองเนเปิลส์ จึงถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางของเมืองเนเปิลส์ยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (Unesco) ให้เป็นมรดกโลก ในปี 1995 จากนั้นนำท่านสู่เปียสซา เดล เพิลบิสซิโต (Piazza del Plebiscito) หนึ่งในจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเนเปิลส์ โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับอ่าวเนเปิลส์ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าอาคารสถานที่ที่มีความสำคัญของเมืองไม่ว่าจะเป็น พระบรมมหาราชวัง (Royal Palace of Naples) เป็น 1 ใน 4 ของที่พำนักของกษัตริย์แห่งราชวงศ์บูร์บง (Bourbon Kings)  หนึ่งในราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป และฝั่งตรงข้ามเป็นโบสถ์ซานฟรานซิสโก โดยตัวอาคารหลักของโบสถ์มีการสร้างเรียนแบบวิหารแพนทีออนในกรุงโรม จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเล่นและช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ แกลาเลีย อัมเบรโตที่ 1 ตัวอาคารมีความสวยงามด้วยหลังคาทรงโค้งภายในมีร้านค้าต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างสวยงาม หรือเลือกที่จะเดินเล่นที่บริเวรท่าเรือเมืองเนเปิลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้มากนัก

ค่ำ           บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักค้างคืน ณ nh ambassador hotel napoli หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : เนเปิลส์ – ซอร์เรนโต้ – โรม

เช้า           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่  ซอร์เรนโต้ ซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของอ่าวเนเปิลส์  บ้านเกิดของเอนริโก้ คารูโซ่ นักร้องโอเปร่าชื่อดัง เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์บนดินจนเป็นที่มาของเพลง Come Back to Sorrento อันโด่ง ปัจจุบันซอร์เรนโต้ เป็นเมืองท่องเที่ยวอันสำคัญของอิตาลี มีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผาถึง 50 กิโลเมตรทำให้มีโรงแรมและรีสอร์ทมากมายตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผานี้

เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย          นำท่านเดินทางเข้าสู่  กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออกโรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่ กรุงโรม

 ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักค้างคืน ณ Black Hotel  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : นครวาติกัน – โคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี – วิหารแพนเธออน – บันไดสเปน– ช้อปปิ้ง – โรม – กรุงเทพ

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองเข้าสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระซึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสตจักรโลก นำท่านถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณด้านหน้าลานกว้างของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีทางเดินทางเดินครึ่งวงกลมสองด้านเป็นผลงานชิ้นเอกของเบอร์นินี่ จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งจุผู้คนได้ถึง 50,000 คน ซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น ปีเอต้า รูปแกะสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้บนตัก และ ยอดโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีภาพเขียนอันงดงามวิจิตรผลงานของศิลปินเอก ไมเคิล แองเจโล ตรงกลางมหาวิหารมี ศาลาคาโนปี ซึ่งเป็นแท่นบูชาในโบสถ์ออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารโดย เบอร์นินี่  สมควรแก่เวลานำท่านไปพบกับสิ่งก่อสร้างอันงดงามซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรมและจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ โคลอสเซี่ยม เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 และทางด้านตะวันตกของโคลอสเซียมยังมี ประตูชัยสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิคอนสแตนติน อิสระให้ท่านชมและถ่ายรูปที่ระลึกตามอัธยาศัย ถึงเวลานัดหมายนำท่านนั่งรถผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ โรมันฟอรั่ม เข้าสู่ จัตุรัสเวเนเซีย ชม ระเบียงปาลาสโซ่ ที่กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี และ อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 หรือพระบิดาของชาวอิตาลี สมควรแก่เวลานำท่านชม น้ำพุเทรวี่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโรม ออกแบบก่อสร้างด้วยหินอ่อนตามสไตล์บารอกที่งดงามอลังการด้วยฝีมือของ นิโคลา ซัลเวีย ว่ากันว่าถ้ามาโรมแล้วไม้ได้เห็นน้ำพุเทรวี่ก็เท่ากับมาไม่ถึงโรม และเมื่อไปถึงแล้วก็ต้องโยนเหรียญไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเคล็ดว่าจะได้กลับมาเยือนโรมอีก จากนั้นนำท่านชม วิหารแพนเธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดยจักรพรรดิ์ เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ APOLLOพระอาทิตย์ DIANA พระจันทร์ MARS อังคาร  MERCURY พุธ JUPITER พฤหัส VENUS ศุกร์ SATURN เสาร์ ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลมและโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง 43.3 เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันแคธอริค อุทิศแด่พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา สมควรแก่เวลานำท่านเดินเล่นที่ย่านบันไดสเปนแหล่งพักผ่อนของหนุ่มสาวชาวอิตาเลียน เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ และเป็นแหล่ง        ช็อปปิ้งชื่อดังเรียงรายไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมของอิตาลีและแบรนด์ดังจากทั่วโลก ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ สนามบินลีโอนาร์โด้ ดาวินชี่

23.05 น.          คณะอำลากรุงโรมประเทศอิตาลีออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยเที่ยวบิน  QR 114  ( 23.05 น. – 05.35 น. ) / QR 832 ( 08.15 น. – 19.00 น. )  แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพ)

19.00 น.   เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 59555บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 30 ธ.ค. – 6 ม.ค. (เทศกาลปีใหม่)