วันที่ 22 – 29 ก.ย.
วันที่ 6 – 13 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)
วันที่ 13 – 20 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)
วันที่ 27 ต.ค. – 3 พ.ย.
วันที่ 1 – 8 พ.ย.
วันที่ 17 – 24 พ.ย.
วันที่ 22 – 29 พ.ย.

เขาโดโลไมต์ ยอดเขาเซเชด้า ยอดเขาเลื่องชื่อที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 1 : กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – มิลาน ( อิตาลี)

17.30 น.     คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 7 เคาน์เตอร์ P สายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ QR เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

19.40 น.     ออกเดินทางสู่ มิลานโดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์สายการบินระดับ 5 ดาว ด้วยเที่ยวบินที่ QR981 ( 19.40 น. – 22.50 น. ) / QR123  ( 01.15 น. – 06.35 น. ) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา ประเทศการ์ต้า ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

โปรแกรมเดินทางวันที่ 2 : มิลาน – มหาวิหารแห่งมิลาน – ซีร์มิโอเน่

06.35 น.   เดินทางถึง สนามบินนานาชาติมิลานประเทศอิตาลี  นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป นำท่านเดินทางไปยัง เมืองมิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน  ถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิจิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน            

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    

บ่าย    จากนั้นนำท่านเดินทางลัดเลาะริมทะเลสาบกันต่อไปยังเมืองซีร์มิโอเน่(SIRMIONE) เมือง Unseen ของประเทศอิตาลี เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุมากกว่า 2,000  ปี ตัวเมืองซีร์มิโอเน่จึงถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบทั้งสองด้าน และถึงแม้ซีร์มิโอเน่จะเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี   นอกจากนี้เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ทะเลสาบ ซึ่งถูกค้นพบโดยชาวโรมันตั้งแต่เมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา เชื่อกันว่าเป็นน้ำพุร้อนที่มีอุณหูมิถึง 69 องศาเซลเซียสและอุดมไปด้วยแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการใช้รักษาโรคของชาวโรมันในสมัยนั้น อิสระให้ท่านได้เดินเล่นในย่านเมืองเก่าพร้อมชมวิวทะเลสาบตัดกับเทือกเขาหิมะเป็นฉากหลังเป็นภาพที่จะตราตรึงท่านตลอดไป

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง)

พักค้างคืน ณ   Palace Hotel Desenzano หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 3 : ซีร์มิโอเน่ – ล่องเรือทะเลสาบกาดาร์ – โบซาลโน่

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านล่องเรือทะเลสาบการ์ดา(GARDA LAKE) ทะเลสาบที่มีข  นาดใหญ่ที่สุดในอิตาลี นำท่านล่องเรือทะเลสาบการ์ดา ชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ ของทะเลสาบน้ำจืด ที่เกิดจากน้ำแข็งละลายจากเทือกเขาแอลป์  ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเทรนโต(TRENTO) เมืองหลวงของ Trentino Alto Adige ซึ่งเป็นพื้นที่ของอิตาลีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทร ด้วยภูมิศาสตร์ระดับภูมิภาคของหุบเขาภูเขาแม่น้ำและทะเลสาบนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับทั้งความเป็นป่าและความมีชีวิตชีวาของศิลปะ

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย     จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบลซาโน(BOLZANO) เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ โบลซาโนเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ (South Tyrol) ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ที่นี่แม่น้ำ Talvera จะไหลลงไปในแม่น้ำ Israco และมารวมกันเป็นแม่  น้ำ Adige เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา Dolomites ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง ชม เมืองเก่า  วิหาร โบสถ์ Chiesa dei Domenican และอนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง Piazza delle Erbe แถบถนนคนเดิน Piazza Walther และย่านอาเขตโบลซาโน

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Four Points Sheraton Bolzano Bozen  หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 4 : ออร์ติเซ่ – นั่งกระเช้าชมวิวยอดเขา SECEDA – พาร์มา

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทางกันต่อสู่เมืองเล็ก ๆ แต่แฝงด้วยมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาโดโลไมต์ ซานตาแมดเดเลนา  ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา FUnes โดยมีกลุ่มเขาโอเดลตั้งอยู่เป็นฉากหลัง ท่านจะได้ชมความงามของ Church of Santa Magdalena  จุดชมวิวแบบพาโนรามาอันมีชื่อเสียงของเทือกเขาโดโลไมต์ นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองออร์ติเซ่(ORTISEI) เมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงามยิ่งนัก ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับอากาศอันบริสุทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง ไปยังจุดบริการกระเช้าขึ้นสู่บนเนินเขา นำท่านนั่งกระเช้าเพื่อขึ้นไปชมความงามของยอดเขา Seceda เพื่อชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ท่านจะได้ชมยอดเขาแหลมเหมือนฟันฉลาม ซึ่งก็คือกลุ่มยอดเขา Odel group หรือ Geisler group อีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นยอดเขาเลื่องชื่อที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาเยือน ด้วยความแปลกเหมือนแผ่นหินเอียงๆเฉียงๆ จากบนนี้มีทางเทรคกิ้งหลากหลายเส้นทางขึ้นไปสู่ยอดอื่นๆ ด้วย  ที่ยอดมีจุดให้ชมวิวมุมกว้าง  และเดินปีนเขาต่อไปยังจุดไฮไลท์ของ Seceda ซึ่งจุดนี้จะเห็นยอดเนินคล้ายเปลวไฟที่แข็งเป็นหิน จึงมีคนตั้งสมญานามว่า “Flame frozen in stone” อิสระให้ท่านเดินเล่นลัดเลาะสู่จุดชมวิวต่างๆ  เดินเล่นถ่ายรูปตามอัทธยาศัย หมายเหตุ: การนั่งกระเช้า หากมีปัญหาสภาพอากาศหรือมีเหตุขัดข้องทำให้ไม่สามารถขึ้นชมได้ ทางบริษัทของดรายการการนั่งกระเช้าเพื่อความปลอดภัย และพาเที่ยวรายการอื่นทดแทน

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย    นำท่านเดินทางผ่านเมืองเทรนโต เพื่อเข้าสู่เมืองพาร์มา หรือ ปาร์มา(PARMA) หนึ่งเมืองในเขตแคว้นเอมิเลียโรมัญญา มีชื่อเสียงในด้านการผลิตแฮม, ชีส ต้นกำเนิดของพาร์มาแฮมที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม และเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลพาร์ม่า

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพักค้างคืน Best Western Hotel Farnese ณ หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 5 : ซาน จิมิญญาโน่ – เซียน่า – จตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป – เคียนเซียโน่เทอร์เม

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองซาน จิมิญญาโน่(San Gimignano) ชมบ้านเรือนอาคารหลากสีสันที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เข้าสู่เขตเมืองเก่าแก่ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ตัวเมืองตั้งอยู่บนเนินเขาล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูงที่เป็นปราการ  ป้องกันข้าศึกมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อเดินผ่านประตูเมืองเข้ามาแล้วจะเห็นถนนและอาคารสูงในสไตล์โรมาเนสก์และโกธิกที่เรียงรายไปตามเส้นทางถนนที่เรื่อยสูงขึ้นไปด้านบนจนบรรจบกับจัตุรัสใจกลางเมือง “จัตุรัสเดลล่าซิสเทอน่า” (Piazza Della Cisterna) ที่ใจกลางจัตุรัสเราจะได้เห็นบ่อน้ำที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของเมืองในยุคอดีต เมืองซานจีมิญญาโนมักถูกเรียกว่าเป็นเมืองแห่งหอคอย (The Town of Fine Towers)  เพราะไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของเมืองเราก็จะมองเห็นหอคอยสูงที่มีอยู่มากถึง 14 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนที่หลงเหลือได้รับการดูแลรักษาถึงปัจจุบัน

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเซียน่าเมืองสวยแห่งทัศคานี นำท่านเยี่ยมชมจตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโปที่ได้ชื่อว่าสวยแปลกตาเพราะมีรูปทรงเป็นรูปพัด ลาดเอียงแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองเซียน่า เดินเล่นชมเมือง บ้านเรือนต่างๆ ถึงแม้ดูเก่าแก่ แต่ยังคงถูกใช้งานเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า มีศาลากลางจังหวัดสไตล์โกธิค  น้ำพุเกีย โบสถ์พระแม่นิรมล ที่นี่ มีเทศกาลพาลิโอแสดงในชุดพื้นเมืองทุกปีมีชื่อเสียงมาก นำท่านชม โบสถ์เซนต์แคทเทอรีนแห่งเซียน่า สถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ใหญ่เมืองเซียน่า มีความงดงามทั้  งด้านหน้าและด้านใน ภายในประดับด้วยหินอ่อน ลวดลายดำสลับขาวแบบศิลปะแบบเซียน่า งานจิตรกรรมภาพฝาผนังและฉากชีวิตของนักบุญแคทเธอรีนต่างๆ สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1347 เพื่ออุทิศแก่นักบุญหญิงเซ็นต์แคทเทอลีน่า ที่เป็นทั้งนักปรัชญา นักวิชาการ นักศาสนาศาสตร์ นักปฏิรูปพระสงฆ์และการบริหารงาน และแพทย์ของโบสถ์ในปี ค.ศ.1970 เธอทุ่มเทอุทิศช่วยเหลือผู้ป่วยและคนจน รวมทั้งเป็นผู้อุปการะสตรีของอเมริกันคาทอลิก เธอถือเป็น 1 ใน 2 ของนักบุญอุปถัมภ์ของอิตาลีที่ได้รับการยกย่อง ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ เมืองเคียนเซียโน่ เทอร์เม(CHIANCIANO TERME) หนึ่งในเมืองพักผ่อนตากอากาศชื่อดังของคนอิตาเลียน

ค่ำ        บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักค้างคืน ณ Grand Hotel Excelsior Chianciano Terme หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 6 : เคียนเซียโน่เทอร์เม – โรม – โคลอสเซียม – วิหารแพนเธออน – น้ำพุเทรวี – บันไดสเปน – ช้อปปิ้ง

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม                             

นำท่าน เข้าสู่ กรุงโรมเมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออก โรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” จากนั้นคณะแวะถ่ายรูปที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน จากนั้นให้ ท่านถ่ายภายคู่กับประตูชัยคอนสแนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ

เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   

บ่าย      นำท่านชม วิหารแพนเธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดยจักรพรรดิ์ เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ APOLLOพระอาทิตย์ DIANA พระจันทร์ MARS อังคาร  MERCURY พุธ JUPITER พฤหัส VENUS ศุกร์ SATURN เสาร์ ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลมและโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง 43.3 เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันแคธอริค อุทิศแด่พระแม่มารีและผู้พลีชีพเพื่อศาสนา นำท่านชมน้ำพุเทรวี่เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ชื่อ “เทรวี่” นั้นมาจากคำว่า“ตรีวิอุม” หมายถึงพบกันของถนนสามสาย เป็นอนุสรณ์สไตล์บารอค ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12ได้มอบหมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งภายหลังการสิ้นพระชนม์สมเด็จสันตะปาปาที่ เออร์บัน ที่ 8ได้หยุดชะงักลง และดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จในปี 1762 รวม ใช้เวลาทั้งสิ้น 30ปี ทางระบายน้ำ เวอร์โก้ บริเวณลานด้านหน้านั้นก่อสร้างมากว่า 2000ปี ครั้งสมัยโรมโบราณซึ่งปกครองโดยจักรพรรดิออกัสตัส ซึ่ง ตรงเวลา 19 ปี ก่อนคริสตศักราช รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้น ได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน “เทพแห่งท้องทะเล” ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน จากนั้นให้คณะได้ถ่ายรูปภาพคู่ บันไดสเปน เป็นบันไดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis  เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinità dei Monti เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ใช้สำหรับเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน บันไดสเปน นับว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีและ นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อ ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ชั้นนำจากของโลก

ค่ำ       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 

พักค้างคืน ณ Holiday Inn Parco dei Medici หรือเทียบเท่า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 7 : โรม – นครวาติกัน – CASTEL ROMANO DESIGNER OUTLET – กรุงเทพ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน รัฐอิสระที่ปกครองตนเองเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำท่านเข้าชมภายใน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก “เพียต้า” ผลงานของศิลปินเอก ไมเคิลแองเจโล  เสาพลับพลาที่ออกแบบโดย เบอร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี  จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่Castel Romano Designer Outlet อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าในเครือ McArthurGlen Outlet ไม่ว่าจะเป็น BURBERRY, MS SIXTY, GEOX, GALLO, DOCKSTEPS, HUGO BOSS, SAMSONITE, NIKE FACTORY, ROBERTO CAVALLI, VALENTINO, STEFANEL, QUICKSILVER, LINDT, LEVI’S DOCKERS, SALVATORE FERRAGAMO, BALDININI และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสูสนามบิน ลีโอนาร์โด้ ดาวินชี่

23.05 น. คณะอำลากรุงโรมประเทศอิตาลีออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยเที่ยวบิน  QR 114  ( 23.05 น. – 05.35 น. ) / QR 832 ( 08.15 น. – 19.00 น. )  แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ต้า

โปรแกรมเดินทางวันที่ 8 : สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพ)

19.00 น.          เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี...พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

ทัวร์ยุโรป
ราคาเริ่มต้น 57555บาท ทัวร์ยุโรป,อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส,เที่ยวยุโรป

วันที่ 22 – 29 ก.ย.
วันที่ 6 – 13 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)
วันที่ 13 – 20 ต.ค. (วันหยุดชดเชย)
วันที่ 27 ต.ค. – 3 พ.ย.
วันที่ 1 – 8 พ.ย.
วันที่ 17 – 24 พ.ย.
วันที่ 22 – 29 พ.ย.