ประวัติศาสตร์แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน

img

ประวัติศาสตร์แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน

ประวัติศาสตร์แฟรงก์เฟิร์ต

รากฐานที่ทันสมัยของแฟรงก์เฟิร์ตเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 8 กับตำนานมหัศจรรย์ที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์แห่งแฟรงก์ ซึ่งมีพระนามว่าพระเจ้าชาร์เลอมาญและการหลบหนีที่น่าพิศวงจากแซกซอน การล่าถอยครั้งนั้นสุดทางที่แม่น้ำไมน์ พระเจ้าชาร์เลอมาญพยายามมองหาทางหลบหนีและสังเกตเห็นกวางตัวหนึ่งที่ลุยข้ามแม่น้ำในบริเวณที่ตื้น พระองค์และกองทัพจึงเดินตามรอยกวางและรอดพ้นจากการถูกสังหารมาได้ เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นพระองค์จึงทรงสร้างแฟรงก์เฟิร์ตขึ้นที่บริเวณแหล่งน้ำตื้นจุดที่ทรงใช้หลบหนี โดยเริ่มต้นจากการสร้างคริสตจักรหินและพระราชวังในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิหาร

มีการศึกษาทางโบราณคดีซึ่งพิสูจน์ได้ว่าชาวโรมันเป็นผู้สร้างค่ายทหารเล็กๆ บริเวณนี้เมื่อประมาณปี ค.ศ. 100 และเนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเหมาะเป็นจุดยุทธศาสตร์ตามธรรมชาติจึงดึงดูดให้ชนเผ่าต่างๆ เริ่มตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ในระยะเวลาต่อมา แต่ประเพณีพื้นเมืองเฉลิมฉลองเทศกาลแฟรงก์เฟิร์ตเมสเซ่ เพิ่งเริ่มจัดขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังจากได้บรรจุเมืองนี้ไว้ในแผนที่อย่างจริงจัง นอกจากนี้แฟรงก์เฟิร์ตยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษกสำหรับกษัตริย์ของเยอรมนีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1147 ซึ่งยังคงถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่องในมหาวิหาร โดยมีกษัตริย์และจักรพรรดิที่ได้ประกอบพิธีราชาภิเษกแล้วทั้งสิ้น 10 พระองค์หลังจากปีค.ศ. 1562

แฟรงก์เฟิร์ตได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเขตอิสระเมื่อปีค.ศ. 1372 ขณะที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 10,000 คน ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเมืองในปีค.ศ. 1533 เมื่อนิกายโปรเตสแตนต์ของแฟรงก์เฟิร์ตได้ร่วมมือกับนิกายลูเธอแรน ต่อมาในปีค.ศ. 1555 มีการออกราชกฤษฎีกาออกซ์บรูก์ (Edict of Augsburg) โดยอนุญาตให้ประชาชนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาและจัดตั้งแฟรงก์เฟิร์ตเป็น 'เมืองเสรี' ด้วยบรรยากาศของสังคมที่เปิดกว้างทำให้โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ ซึ่งเกิดที่นี่ในปีค.ศ. 1749 ได้รับการหล่อหลอมจนกลายเป็นนักปรัชญาและนักคิดที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา เมื่อเริ่มมีการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789 แฟรงก์เฟิร์ตซึ่งให้การสนับสนุนระบอบสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกทำลายล้างโดยนโปเลียน เมื่อจักรวรรดินโปเลียนล่มสลายลงในปีค.ศ. 1814 แฟรงก์เฟิร์ตถูกเลือกให้เป็นสถานที่ตั้งของสภาสหพันธรัฐเยอรมัน จักรวรรดิเยอรมันกลับมามีบทบาทครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1870 ซึ่งเป็นยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูเนื่องจากมีการก่อสร้างโครงการพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ หลายโครงการที่นี่ มีการขยายขอบเขตเมืองและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยังหลงเหลือร่องรอยความเสียหายแต่ผลจากภาวะขาลงของเศรษฐกิจโลกในช่วงปีค.ศ. 1930 มีผลอย่างมากต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากกลุ่มนาซีขึ้นมามีอำนาจในปีค.ศ. 1933 ชุมชนชาวยิวในแฟรงก์เฟิร์ตทั้งหมดถูกฆ่าตายหรือถูกเนรเทศในปีค.ศ. 1941 ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตเมืองเก่าและเข้ายึดครองพื้นที่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 1945

การฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงครามเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แฟรงก์เฟิร์ตกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยดั่งเช่นที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มีการพัฒนาและจัดตั้งย่านธุรกิจและศูนย์กลางธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรมแตกขยายตั้งสาขาตามริมแม่น้ำ และอาคารสูงระฟ้าเริ่มก่อสร้างและผุดขึ้นมาอย่างมากมาย ในปีค.ศ. 1949 เมืองบอนน์ได้ถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของเยอรมนีตะวันตกแทนที่จะเป็นแฟงก์เฟิร์ต แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลให้การพัฒนาเมืองเพื่อเป็นศูนย์กลางของประเทศในด้านการธนาคาร พาณิชยกรรม และตลาดการเงินชะลอตัวลงแต่อย่างใด ในวันนี้แฟรงก์เฟิร์ตยังคงเป็นศูนย์กลางของเยอรมนีในด้านการค้าและการธนาคาร ในขณะเดียวกันมีความพยายามในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของย่านเมืองเก่าเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงบรรยากาศของบ้านเมืองในยุคกลางของแฟรงก์เฟิร์ตว่ามีลักษณะเช่นไร

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแฟรงก์เฟิร์ต

ในเยอรมนีถนนทุกสายดูเหมือนจะทอดยาวมาบรรจบกันที่แฟรงก์เฟิร์ต ดินแดนแห่งอุตสาหกรรมและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศได้มีการก่อตั้งทำธุรกิจตั้งแต่มีการจัดงานแสดงสินค้าครั้งแรกขึ้นที่นี่ในช่วงยุคกลาง งานแสดงสินค้าและนิทรรศการเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลสำคัญต่อภาพพจน์ของแฟรงก์เฟิร์ตในปัจจุบัน ฝูงชนเกือบ 2 ล้านคนหลั่งไหลเข้ามาในแต่ละปีเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจและการพักผ่อน ที่นี่มีสถานีรถไฟที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดในยุโรป รวมถึงสนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคพื้นทวีปและโรงงานบางส่วนกว่า 2,450 แห่งตั้งกระจุกอยู่ตามฝั่งแม่น้ำไมน์ (Main River) ซึ่งยิ่งสะท้อนภาพลักษณ์การเป็นเมืองอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

เดินเที่ยวชมรอบๆ และภายในตัวเมืองที่มีการจัดวางแบบผสมผสานของอาคารสิ่งปลูกสร้างที่เป็นตึกสูงระฟ้าทันสมัยและโรงงานที่แผ่ขยายสาขาห้อมล้อมบ้านครึ่งไม้ในรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมซึ่งเป็นอนุสรณ์มรดกแห่งยุคกลางของแฟรงก์เฟิร์ต คุณสามารถเยี่ยมชมบ้านของเกอเธ่ (Goethe) ผู้เป็นนักปราชญ์ชาวเยอรมันในย่านเมืองเก่าอัลสตาดท์ที่มีเสน่ห์ พร้อมๆกับชมบางส่วนของสถานที่สำคัญของเมือง เช่น มหาวิหารอันยิ่งใหญ่ (Dom Cathedral) ศาลากลางเมือง (Rathaus Romer) และแหล่งช้อปปิ้งพื้นเมืองนับไม่ถ้วนอีกหลายแห่ง เช่น Schillerpassag และ Goethestrase แม้ว่าช่วงสงครามโลกครั้งที่สองย่านตัวเมืองเก่าถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก แต่สถานที่สำคัญบางแห่งยังถูกรักษาไว้อย่างดีเพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเยี่ยมชม

แฟรงก์เฟิร์ตยังเป็นเมืองที่มีประชากรผู้อพยพจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองนี้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากประชากรกว่าครึ่งล้านคนหรือมากกว่าซึ่งมาจากหลายเชื้อชาติ แม้ว่าการประชุมทางการค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจของแฟรงก์เฟิร์ต แต่ที่นี้ยังมีความพร้อมด้านสถานที่จัดงานศิลปะการแสดงชั้นนำระดับโลก พิพิธภัณฑ์ที่ดีเยี่ยม ตลอดจนร้านอาหาร ภัตตาคาร และไวน์รสชาติเยี่ยมให้คุณได้ลิ้มลอง

แม้จะมีโรงแรมเกือบ 200 แห่งและเกสต์เฮ้าส์ต่างๆ มากมายในเมือง แต่ห้องพักจำนวนกว่า 22,000 เตียงใน แฟรงก์เฟิร์ตมักจะถูกจองเกือบเต็มเนื่องจากคิวที่เต็มเหยียดของตารางการจัดงานแสดงสินค้าซึ่งมีทั้งปี เกือบทุกโรงแรมใหญ่มีสถานที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองซึ่งสะดวกในการเดินทางไปยังสถานีรถไฟหลายแห่ง อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานและย่านธุรกิจ นักท่องเที่ยวสามารถมองหาที่พักได้ทุกระดับตั้งแต่โรงแรมระดับ 5 ดาวตกแต่งหรูหรา หรือแม้แต่ที่พักขนาดกลางที่ให้บริการแบบครอบครัว ทั้งนี้ควรทำสำรองห้องพักของคุณไว้ล่วงหน้าเพราะห้องพักในแฟรงก์เฟิร์ตส่วนใหญ่จะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว