ปราสาทเอดินบะระ Edinburgh Castle สกอตแลนด์ - Grazie Travel

ปราสาทเอดินบะระ Edinburgh Castle สกอตแลนด์

ธันวาคม 29, 2020 | by Grazie Travel

ถ้าจะให้ขึ้นชื่อว่าไปถึงเมืองเอดินบะระก็ต้องไปเยือนปราสาทเอดินบะระ ซึ่งเป็นจุดชมวิวประจำเมือง ตั้งอยู่บนเขาสูง มองลงมาจะเห็นทั้งย่านเมืองเก่าและเมืองใหม่ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศแจ่มใสอาจมองไปได้ไกลถึงทะเลเลยนะคะ

ปราสาทนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และสมาชิกราชวงศ์สกอต เคยมีโศกนาฎกรรมเกิดขึ้นมากมายที่ปราสาทแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพของสกอตแลนด์ในปี ค.ศ. 1296 – 1357 สถานที่นี้ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นสำคัญและเป็นที่คุมขัง ทรมาน ตลอดจนประหารชีวิตนักโทษด้วยหลากหลายวิธีการ เช่น โยนนักโทษลงมาจากปราสาท แขวนคอ ตัดคอ และเผา นักโทษมีทั้งเชลยศึก โจรสลัด รวมถึงสตรีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ถึงแม้ปราสาทเอดินบะระจะเคยถูกถล่มเพราะสงคราม แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะและดูแลเป็นอย่างดี พื้นที่หลังกำแพงปราสาทมีโบสถ์และอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต และอาคารสำหรับเก็บทรัพย์สินมีค่า ส่วนพื่นที่ด้านนอกปราสาทมีห้องอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และเป็นที่ตั้งของปืนใหญ่

ถ้ามาที่นี่แล้วอย่าลืมแวะเข้าไปชมโบสถ์เซนต์มาร์กาเรต (St.Margaret’s Chapel) ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยกษัตริย์เดวิดที่ 1 (David I of Scotland)  เพื่อระลึกถึงพระราชมารดาของพระองค์ คือพระนางมาร์กาเรต (Queen Margaret of Scotland) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเซนต์หรือนักบุญ

ไฮไลต์ในปราสาทเอดินบะร

1.ตัวปราสาทสร้างจากหินภูเขาไฟ ที่มีอายุมากกว่า 340 ล้านปี สันนิษฐานว่าส่วนของปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดน่าจะสร้างมาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12

2. ประเพณียิงปืนใหญ่โบราณในเวลาบ่ายโมงตรง (The One O’clock Gun) ทุกๆวันจะมีการยิงปืนใหญ่จากยอดปราสาท ประเพณีนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 และกระทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อนส่งสัญญาณบอกเวลาแก่นักเดินเรือในทะเลให้ปรับเวลาของตนเองให้ตรงกับเวลามาตรฐาน

3. ปืนใหญ่โบราณมอนส์เมก (Mons Meg) เป็นหนึ่งในปืนใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักมากกว่า 6 ตัน และยิงได้ไกลเกือบ 2 ไมล์ สร้างขึ้นในประเทศเบลเยี่ยม ได้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1457 ในสมัยกษัตริย์เจมส์ที่ 2 (James II of Scotland)

4. สุดยอดมงกุฎเพชรล้ำค่าแห่งสกอตแลนด์ ทำขึ้นในปี ค.ศ. 1540 ประดับด้วยทองคำจากมงกุฎโบราณ กษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงสวมมงกุฎนี้คือกษัตริย์เจมส์ที่ 5 (James V of Scotland) เมื่อครั้งที่ทรงสถาปนาพระนางมารีเดอกีส (Marie de Guise) เป็นพระราชินี นอกจากนี้ยังมีคฑาและดาบเลอค่าที่ใช้ในพิธีสถาปนาราชินีแมรี่  (Mary,Queen of Scots) เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1543 อีกด้วย

5. หินชี้ชะตา (Stone of Destiny) หินก้อนนี้ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษกกษัตริย์สกอตแลนด์มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 แต่เมื่อกษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 1 (Edward I of England) ทรงเข้ายึดครองสกอตแลนด์ในปี ค.ศ. 1292 พระองค์ทรงนำหินชี้ชะตากลับไปที่ลอนดอนด้วย กระทั่งในปี ค.ศ.1996 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 (Queen Elizabeth II) ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้นำหินก้อนนี้กลับไปยังสกอตแลนด์ แต่ถ้าเมื่อใดมีพิธีราชาภิเษกในอังกฤษก็จะนำหินก้อนนี้มาร่วมพิธีด้วย