เที่ยวปราสาทนอยชวานสไตน์ Neuschwanstein Castle, ปราสาทโฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau Castle เยอรมนี - Grazie Travel

เที่ยวปราสาทนอยชวานสไตน์ Neuschwanstein Castle, ปราสาทโฮเฮนชวานเกา Hohenschwangau Castle เยอรมนี

เมษายน 23, 2020 | by Grazie Travel

ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ปราสาทนอยชวานชไตน์ มีความโดดเด่นในรูปแบบเนื่องจากตัวปราสาทมีที่ตั้งอันน่าทึ่งบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท นอกจากนี้ยังมีแวดล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพที่สวยงามและมีสีสันแปรเปลี่ยนแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เมื่อมองจากสะพานมาเรียนที่ทอดข้ามสายน้ำเชี่ยวกรากในลำธารเบื้องล่าง พระเจ้าลุดวิกที่ 2 มีพระประสงค์ให้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษห่างจากผู้คนและเพื่ออุทิศให้แก่กวี ริชาร์ด วากเนอร์ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่อง อัศวินหงษ์ (Swan Knight Lohengrin) แรงบันดาลใจจากความหลงใหล ในการชมอุปรากรและบทละคร ที่พระองค์ทรงโปรด จึงทำให้เป็นปราสาทที่วิจิตรอลังการ ภายในได้รับการตกแต่ง ตามฉากของละครตอนต่างๆ ใครที่ชื่นชอบภาพวาดฝาผนังชิ้นเอก ของริชาร์ด วากเนอร์ งานประติมากร แต่ทว่าปราสาทหลังนี้เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็ต่อเมื่อหลังจากที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 ภายในปราสาทมีการตกแต่งสวยงามมาก  ห้องนั่งเล่นและห้องหนังสือ ตกแต่งเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยจินตนาการในละครเพลงเรื่อง  Tannhauser  ของวากเนอร์ อยู่ชั้นบนของปราสาท ปัจจุบันบางห้องของปราสาทยังไม่เสร็จแต่ก็เป็นที่ปรารถนาของนักท่องเที่ยวท่องทั่วทุกมองโลกที่อยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิตปราสาทหลังนี้มีการซ่อมแซมและบูรณอยู่เสมอที่ให้ที่นี้ดูใหม่ภายในปราสาทไม่สามารถถ่ายรูปได้นะค่ะ

จุดจำหน่ายตั๋ว สามารถเดินขึ้นไปได้ ใช้เวลา 30-40 นาที ตามทางเดินซึ่งตัดขึ้นสู่ยอดปราสาทบนยอดเขา หรือนั่งรถบัสขึ้นไปได้ แต่มีบางช่วงที่หิมะตกถนนลื่นรถบัสไม่สามารถขึ้นไปได้ก็ต้องเดินหรือใช้รถม้าเท่านั้นค่ะ

รถม้า เป็นการขึ้นปราสาทนอยที่คลาสสิค โรแมนติก แต่ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่ดีค่าโดยสารขาขึ้น 5 ยูโร ขาลง 3 ยูโร

พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งรัฐบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria) หรือ ลุดวิก ฟรีดิช วิลเฮลมที่ 2 แห่งบาเยิร์น เป็นพระโอรสองค์แรกของพระเจ้าแม็กซิมิลเลี่ยนที่ 2 แห่งบาวาเรีย กับ เจ้าหญิงมารีแห่งปรัสเซีย ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1845  พระเจ้าลุดวิกทรงเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยที่ลึกลับเป็นปริศนา (eccentric) อุปนิสัยที่แปลกไปจากคนทั่วไป พระองค์สนพระทัยในการสร้างปราสาทเหนือจินตนาการมากมายและหมดเงินไปมหาศาลกับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ จนขุนนางต่างพากันเล่าลือว่าท่านมีจิตไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันแน่นอน ทั้งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ก็ยังเป็นปริศนาที่ทุกคนมิอาจหาข้อสรุปได้ แม้บางส่วนจะลงความเห็นว่าพระองค์ฆ่าตัวตาย แต่ปริศนารวมไปถึงของพระองค์ก็ชวนให้คิดเกี่ยวกับเงื่อนงำการสิ้นพระชนม์ว่าอาจถูกฆาตกรรม แต่สิ่งที่ทรงทิ้งไว้เป็นมรดกให้แก่ชนรุ่นหลังคืองานทางสถาปัตยกรรมที่ทรงก่อสร้างที่รวมทั้งวังและปราสาทใหญ่โตที่ทั้งหรูหราโอ่อ่าและเต็มไปด้วยจินตนาการราวเทพนิยายหลายแห่ง รวมทั้งปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

ห้องราชบังลังก์   ดูยิ่งใหญ่อลังการ สีเหลืองทองอร่ามในศิลปะแบบไบแซนไทน์  ผนังข้างหลังบัลลังก์เป็นภาพวาดของนักบุญ 6 องค์ เหนือภาพนักบุญเป็นภาพพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ กลางเพดานท้องพระโรงเป็นโคมไฟขนาดใหญ่  มีน้ำหนักถึง 900 กิโลกรัม สามารถชักรอกลงมาได้เพื่อทำความสะอาดหรือเปลี่ยนเทียนเล่มใหม่ แต่ห้องนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เพราะขาดสิ่งสำคัญที่สุดของห้องก็คือบัลลังก์นั่นเองค่ะ

ห้องบรรทมของพระเจ้าลุดวิก ได้สร้างขึ้นในศิลปะแบบโกธิก ทรางจ้างช่างแกะสลักไม้อย่างวิจิตรบรรจง  ด้วยใช้ช่างถึง 14 คน ภาพวาดในห้องนี้มาจากอุปรากรเรื่อง Tristan and Isolde ของวากเนอร์ ข้างๆพระเก้าอี้สีน้ำเงินเป็นโต๊ะสำหรับล้างพระพักตร์ ใช้เทคโนโลยีน้ำประปายุคปัจจุบันให้น้ำไหลผ่านคอหงส์เงิน

ห้องโถงดนตรีขึ้นในชั้นที่ 3 ( Music Hall ) ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องยาวๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้า บนเพดานอันวิจิตรมีโคมไฟโลหะห้อยระย้างดงามอยู่สี่พวง ตามช่วงกลางของห้องแต่ละช่วง ด้านหน้าของห้องโถงนั้นได้ยกระดับพื้นไว้สำหรับเป็นเวทีเพื่อใช้ในการแสดงดนตรีและละคร เมื่อมองผ่านไปยังมุมโค้งของเวทีนั้น ปรากฏภาพวาดขนาดใหญ่รูปป่าเขาอันสดชื่นรื่นรมย์

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมอยู่ใกล้กับป้ายรถเมล์ สะพานมาเรียนบรู๊ค marienbrucke bridge  ตั้งชื่อตามราชินีมารีแห่งบาวาเรียซึ่งเป็นแม่ของกษัตริย์ลุดวิกที่2 เราสามารถมองเห็นต้องปราสาทได้ชัดเจนไม่มีต้นไม้มาบังความงามของปราสาทในมุมกว้าง สะพานแห่งนี้ถูกออกแบบโดย Heinrich Gottfried Gerber  โครงสร้างที่ประกอบด้วยคานสามชั้นและคานรองรับด้านข้างคานถูกสร้างขึ้นจากจุดยึดในหินทั้งสองข้างมีความยาวถึง 35 เมตร มีระดับความสูง 90 เมตรเหนือน้ำตก Pöllat

ปราสาทโฮเฮนชวานเกา

 ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Schloss Hohenschwangau) เป็นปราสาทที่พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียประทับเมื่อยังทรงพระเยาว์ เดิมปราสาทนี้สร้างโดยครอบครัวของอัศวินหลังจากมีการยกเลิกระบบอัศวิน ปราสาทก็เปลี่ยนมือหลายครั้ง และตัวปราสาทก็เสื่อมโทรมลงจนเหลือแต่ซาก  ในปี ค.ศ. 1829 เจ้าแม็กซิมิลเลียนที่ 2 แห่งบาวาเรียทรงพบว่าปราสาทนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่มีสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องตา มีภูเขา และทะเลสาบทำให้ถูกพระทัยจึงได้ซึ้อปราสาทเมื่อปี ค.ศ. 1832 ปีหนึ่งต่อมาการก่อสร้างปราสาทใหม่ก็เริ่มขึ้นและสร้างต่อมาจนถึง ค.ศ. 1837 โดยมีสถาปนิกโดเมนีโค ควัลโย

ปราสาทโฮเฮนชวานเกา สร้างเป็นพระราชวังฤดูร้อนและล่าสัตว์ของพระเจ้าแม็กซิมิลเลียน,เจ้าหญิงมาเรียนแห่งปรัสเซียพระชายา และพระโอรสสององค์ – เจ้าชายลุดวิกและ เจ้าชายออทโท พระเจ้าแม็กซิมิลเลียนและพระชายาประทับอยู่ในตัวปราสาทใหญ่ และพระโอรสประทับในส่วนที่ต่อเติม เมื่อพระเจ้าแม็กซิมิลเลียนที่ 2 สิ้นพระชนม์ พระราชโอรสเจ้าชายลุดวิกก็ขึ้นครองต่อเป็นพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ทรงย้ายไปอยู่ในห้องบรรทมของพระบิดาและมารดา พระเจ้าลุดวิกโปรดการพำนักอยู่ที่โฮเอินชวังเกาทรงเริ่มสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์บนเนินเหนือโฮเอินชวังเกา พระราชินีมาเรียนแห่งปรัสเซียทรงเป็นผู้เดียวที่อาศัยอยู่ในโฮเอินชวังเกาจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ ต่อมาพระปิตุลาของลุดวิกเจ้าชายลุทโพลด์แห่งบาวาเรียก็มาประทับอยู่บนชั้นสาม และทรงเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตั้งไฟฟ้าและลิฟต์ในปราสาท เมื่อเจ้าชายลุทโพลด์สิ้นพระชนม์ วังก็กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในปราสาทมีห้องที่ตกแต่งได้สวยงามมาก

เครดิตรูปภาพจาก

commons.wikimedia.org