9 เรื่องต้องรู้เมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์ - Grazie Travel

9 เรื่องต้องรู้เมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์

ตุลาคม 26, 2020 | by Grazie Travel

1.อากาศ ฤดูกาลและช่วงเวลาน่าไปเที่ยว

สวิตเซอร์แลนด์มี 4 ฤดูคือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง เช่นเดียวกับหลายๆประเทศในยุโรป ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันหลากหลาย ทำให้อากาศในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันด้วย โดยรวมถือว่าอากาศในสวิตเซอร์แลนด์เย็นสบาย ในฤดูร้อนก็ไม่ร้อนมากนัก มักมีวันทีฝนตกสลับกับวันที่แดดออกท้องฟ้าแจ่มใสก็ได้ ส่วนฤดูหนาวก็หนาวอาการหนักเลยละค่ะ โดยเฉพาะแถบเทือกเขาแอลป์มีหิมะตกหนักและหนามาก ดังนั้นการเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ให้สนุกควรติดตามพยากรณ์ล่วงหน้าด้วยนะคะ ซึ่งบางวันอาจจะมีแดด ฝนท้องฟ้ามืดครึ้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ชอบใช่ไหมละคะ เมื่อทราบเช่นนี้แล้วทำให้เราเปลี่ยนเป้าหมายได้ทัน รวมทั้งเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าเราจะขึ้นเขาดีมั้ย เพราะถ้าอากาศไม่ดี เมฆปกคลุม เราก็จะไม่ได้เห็นยอดเขาและวิวสวยๆค่ะ ปัจจุบันมีการติดตามลมฟ้าอากาศได้ง่าย ด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง บอกข้อมูลได้เป็นรายชั่วโมงเลยละค่ะ ส่วนฤดูการท่องเที่ยวที่คึกคักของสวิตเซอร์แลนด์จะเริ่มจากฤดูใบไม้พลิประมาณเดือนเมษายนเรื่อยไปจนถึงปลายฤดูใบไม้ร่วงราวเดือนพฤศจิกายนอากาศก็กำลังเย็นไม่หนาวเกินไป ส่วนธันวาคมไปจนถึงเดือนมีนาคม เป็นช่วงฤดูหนาวที่เดินไปทางไหนก็สามารถสัมผัสได้กับหิมะที่ขาวโพลนค่ะ

2.วีซ่า Visa

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์หรือประเทศอื่นๆในยุโรป ต้องยื่นวีซ่าให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง หากต้องการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ประเทศเดียว หรืออยู่ในสวิตเซอร์แลนด์นานที่สุดในทริปนั้น ให้ยื่นวีซ่าขอวีซ่าเชงเกนจากสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์จะดีที่สุดค่ะ เมื่อได้วีซ่าแล้วเราสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์และประเทศอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มวีซ่าเชงเกนได้ถึง 25 ประเทศ คือ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน กรีซ อิตาลี ฮังการี ลัดเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สเปน สวีเดน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ นอกจากนี้ยังอนุโลมให้ผู้ที่ถือวีซ่าเชงเกนแบบ Multiple Entry สามารถเดินทางใช้ต่อได้ไปยังโครเอเชีย โรมาเนีย บัลแกเรีย มอเตเนโกร อัลบาเนีย และมาเซโดเนีย ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะนั่งรถไฟ รถบัสโดยสารเครื่องบินไปยังประเทศอื่นๆในกลุ่มเชงเกนก็จะไม่มีการตรวจดูพาสปอตดูวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จนกว่าจะเดินทางออกนอกกลุ่มประเทศเหล่านี้ และจะกลับเข้าไปใหม่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในวีซ่า ถ้าเป็น Single Visa ก็เข้าออกได้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเป็น Multiple Visa ก็สามารถเข้าออกได้หลายครั้งภายในระยะเวลาที่ระบุไว้บนวีซ่า

3.ที่พัก

ที่พักในสวิตเซอร์แลนด์ ในเรื่องราคาดูเหมือนว่าจะแพงกว่าที่พักในประเทศข้างเคียง ตามค่าครองชีพที่ถือว่าแพงของสวิตนั่นเอง ดังนั้น การจองที่พักล่วงหน้านานๆ ก่อนเดินทางเป็นสิ่งที่ควรกระทำ นอกจากจะได้ราคาที่ถูกกว่าการจองแบบกระชั้นชิดแล้ว ยังสามารถเลือกทำเลที่ดีได้อีกด้วยนะคะ หากวางแผนการเดินทางไปกับรถไฟสวิต ขอแนะนำให้หาโรงแรมที่มีทำเลอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟหลักของแต่ละเมืองจะดีที่สุดในระยะไม่เกิน 5-10นาที หรืออยู่บนเส้นทางรถเมลล์วิ่งผ่านได้ การวางแผนเที่ยวสวิตไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนที่พักบ่อย ควรพักในเมืองใหญ่ๆเพียง 2-3 เมืองก็พออาจะเป็น ซูริค ลูเซิร์น เบิร์นหรือโลซานน์ ซึ่งเมืองใหญ่เหล่านี้สามารถเดินทางไปเที่ยวยังเมืองข้างเคียงแบบไปเช้าเย็นกลับได้อย่างสบาย บางวันก็อาจจะไปเที่ยวเมืองเล็กๆได้หลายเมืองแต่ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศที่พักในเมืองเล็กๆก็สามารถทำได้เช่น อินเทอลาเคน หรือเซอร์แมท นอกจากนี้ยังสามารถเลือกที่พักตามเมืองหรือในหมู่บ้านชนบทเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่ค่าห้องมักจะรวมอาหารเช้าแบบ Buffet ไว้ด้วย ซึ่งก็จะมีชากาแฟรับประทานร่วมกับขนมปัง เนย แยม ไข่ต้ม แฮม ไส้กรอกชีส รวมทั้งอาหารเช้าผสมธัญพืชและผลไม้ จัดการให้เรียบร้อยก่อนออกจากที่พัก เพราะช่วงเช้าร้านอาหารข้างนอกมักจะยังไม่เปิด

4.เงิน

สวิตเซอร์แลนด์ใช้สกุลเงินฟรังก์ (CHF,SFr.) ของตัวเองอยู่ แต่เงินยูโรก็ใช้ได้ตามร้านค้าใหญ่ๆ ขอแนะนำให้แลกเงินฟรังก์สวิสไปจากเมืองไทยจะง่ายกว่า จะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า เงิน 1 CHF มีค่าประมาณ 33-34 บาท บัตรเครดิตก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าโรงแรม ค่าโดยสาร ค่าอาหาร ช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต นอกจากนี้ บัตร ATM ที่มีเครื่องหมาย Plus หรือ Cirrus กดเงินสดเป็นฟรังก์จากตู้ได้สะดวก แต่จะมีค่าบริการครั้งละ 100-150 บาท

5.ไฟฟ้า

สวิตเซอร์แลนด์ใช้ไฟ 220 โวลต์เหมือนเมืองไทย แต่ปลั๊กส่วนใหญ่เป็น 2ขากลม บางครั้งมี 3 รู ปลั๊กไฟแบบ 2 ขากลมเสียบใช้งานได้เลย หากเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านเป็นขาปลั๊กแบบอื่นก็ต้องเตรียมหัวแปลงไปด้วยนะคะ

6.น้ำดื่ม

ถ้าจะซื้อน้ำขวดขอแนะนำให้ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตจะราคาถูกกว่าซื้อจากร้านค้าข้างทางหรือจากตู้หยอดเหรียญ อย่างไรก็ตามน้ำก็อกจากโรงแรมที่พัก ถ้าไม่มีป้ายห้ามไว้ก็สามารถดื่มได้เลยนะคะ ปรุงชากาแฟได้เลย รวมถึงบ่อน้ำพุสาธารณะที่พบเห็นได้ทั่วไปตามเมืองต่างๆ เป็นบ่อน้ำที่ให้กินกันมาตั้งแต่โบราญด้วยความปลอดภัย ดังนั้นระหว่างเดินทางท่านสามารถนำขวดน้ำของท่านมาเติมได้จากบ่อน้ำได้เลย นอกจากดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติทีไหลลงมาจากยอดเขาหรือทะเลสาบแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากเลยทีเดียว คนสวิสเองก็บอกด้วยความมั่นใจว่าเขานั้นไม่เคยซื้อน้ำขวดดื่มเลย

7.ห้องน้ำ

ห้องน้ำในสวิตเซอร์แลนด์ถือว่าหาได้ไม่ยาก มีทั้งแบบที่ใช้ได้ฟรี เช่น ตามสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ห้องน้ำบนรถไฟสวิสถือว่าสะอาดใช้ได้อย่างสบายใจในสถานีใหญ่ๆ มักเป็นห้องน้ำที่เสียค่าบริการ ส่วนสถานีเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ได้ฟรี มีบ้างที่เป็นแบบหยอดเหรียญ เก็บค่าบริการประมาณ 1-2 ฟรังก์ โดยทั่วไปแล้ว ห้องน้ำในสวิสไว้ใจได้ในเรื่องของความสะอาด

8.อาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต

การซื้อข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ไปจนถึงเครื่องดื่มจากซุปเปอร์มาเก็ต เป็นวิธีที่่ช่วยประหยัดเงินได้มาก ในสวิตเซอร์แลนด์มีแบรนด์ซุปเปอร์มาเก็ตสัญชาติสวิส 2 รายใหญ่ๆ พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานีรถไฟ ใจกลางเมืองย่านชุมชน คือ COOP และ MIGROG ซึ่งมักมีแผนกอาหารสำเร็จรูป/กึ่งสำเร็จรูป จำพวกขนมปัง แซนด์วิซ เบอร์เกอร์ สลัด อาหารกล่อง ไก่อบ ไส้กรอก ฯลฯ จำหน่ายด้วย หรือถ้าจะซื้อวัตถุดิบไปปรุงอาหารรับประทานเอง ก็มีอาหารสด อาหารแห้ง ผักผลไม้ เครื่องปรุงวัตถุดิบต่างๆหาได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังมีตู้ขายของอัตโนมัติ ส่วนใหญ่จะขายขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม พบเห็นได้ในย่านชานชาลารถไฟ ถือเป็นตัวช่วยยามหิวกระทันหัน หลังจากที่ซื้ออาหารแล้วอาจหาที่นั่งรับประทานสวนสาธารณะหรือริมทะเลสาบที่มักมีสนามหญ้าริมทาง ได้บรรยากาศด้วยนะคะ

9.โทรศัพท์/ซิม

ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานในสวิตเซอร์แลนด์ก้คือ SWISSCOM ตู้โทรศัพท์สาธารณะแทบไม่มีใครใช้กันแล้วเพราะต่างก็หันมาใช้สมาร์ทโฟนกันหมด แล้วสวิสคอมก็หันมาเปิดร้าน Swisscom Shop ให้บริการด้านการสื่อสารแบบครบวงจร ทั้งซิมการ์ดและอินเทอร์เน็ต ถ้าอยู่สวิสนานก็ใช้บริการเครือข่ายนี้ได้ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ ค่ายมือถือในไทย ต่างก็มีซิมการ์ดที่นำไปใช้ได้ในสวิตเวอร์แลนด์และประเทศยุโรปอื่นๆแล้ว เช่น Sim2Fly, TravelSIM, GOinter เลือกเจ้าไหนก็สามารถใช้งานได้ดี และยังแชร์สัญญาณให้ผู้ร่วมเดินทางใช้งานได้ด้วย ประหยัดมาก วันละประมาณ50บาท ดีกว่าการเช่า Poket WI-FI แต่มีข้อเสียเรื่องจำนวน GB ที่ใช้งานได้ค่อนข้างจำกัด จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่มาก แต่ถ้าต้องการจะออนไลน์อินเทอร์เน็ตตลอดเวลาแนะนำเป็น Poket WI-FI นะคะ